รวบ 2 ผู้ต้องสงสัยบุกป้อม อส.ปล้นปืน – เผย 9 ปีสูญ 1.7 พันกระบอก

วันเสาร์ที่ 08 ธันวาคม 2012 เวลา 15:08 น.

gunฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลังติดตามไล่ล่า 30 คนร้ายปฏิบัติการอุกอาจบุกปล้นปืน อส.ถึงในป้อมรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ล่าสุดรวบ 2 ผู้ต้องสงสัย เผย 9 ปีไฟใต้ปืนสูญไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1.7 พันกระบอก ตามคืนได้แค่ 1 ใน 4 ดักบึ้มทหารรบพิเศษโชคดีไร้เจ็บ ขณะที่นราธิวาสปรับแผน รปภ.ครู ให้ฝ่ายกองกำลังประกบตัวต่อตัว ประสานงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ใบกระท่อมระบาดหนัก 2 วันยึดได้เกือบร้อยกิโล บรรจุถุงอีก 100 ถุง

พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.ภ.จว.ปัตตานี) ได้ประสานสั่งการให้กำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง กระจายกันออกปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ในรัศมี 1 กิโลเมตร เพื่อติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายราว 30 คนที่ก่อเหตุปล้นปืนจากป้อมรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หน้าโรงเรียนบ้านกะรุบี หมู่ 1 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ขณะที่มีอาสารักษาดินแดน (อส.) ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 5 คน โดยจากการรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงพักพิงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ต.กะรุบี

          ต่อมาเมื่อวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค.เวลา 04.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.กะพ้อ และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้นเพื่อพิสูจน์ทราบบุคคลเป้าหมายในพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 3 และหมู่ 7 ต.กะรุบี และสามารถควบคุมตัวบุคคลเป้าหมายไว้ได้ 2 ราย คือ นายสูดิง อาแว อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/1 หมู่ 1 ต.กะรุบี และ นายมักตา ลาเตะ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 5 ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ โดยทั้งคู่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปล้นปืน อส.

          จากนั้น หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 ได้นำตัวทั้งคู่ไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่ สภ.กะพ้อ และได้อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกควบคุมตัวเป็นเวลา 7 วันเพื่อซักถามขยายผล ระหว่างวันที่ 8-14 ธ.ค. ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 บ้านวังพญา ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา

          เหตุการณ์คนร้ายบุกปล้นปืนจากป้อมรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อ.กะพ้อ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.วันศุกร์ที่ 7 ธ.ค.2555 โดยคนร้ายมีจำนวนราวๆ 30 คน แต่งชุดลายพรางคล้ายทหาร สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ใส่ร้องเท้าผ้าใบ พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ ได้บุกเข้าไปในป้อมซึ่งมี อส.ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 5 นาย ประกอบด้วย อส.มะยากี สุหลง อายุ 28 ปี อส.มะหะมะ เด็งโด อายุ 45 ปี อส.ซูไฮมิง สะสุสิ อายุ 21 ปี อส.นิมะ นิแว อายุ 32 ปั และ อส.อัสมี บาฮา อายุ 22 ปี

          จากนั้นคนร้ายได้จับ อส.มัดมือไพล่หลัง และมัดหัวแม่เท้า 2 เท้าติดกันโดยใช้สายไฟที่เตรียมมา แล้วชิงอาวุธปืนไป 5 กระบอก ได้แก่ ปืนอาก้า (เอเค-102) จำนวน 4 กระบอก ปืนเอ็ม-16 เอ 2 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 440 นัด เสื้อเกราะ 4 ตัว โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง และวิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง ก่อนจะถอนกำลังออกไปโดยไม่ทำร้าย อส.ทั้ง 5 คน

อส.เผยนาทีชีวิตคนร้ายหลายสิบบุกฐาน

          อส.มาหะมะ เล่าถึงนาทีที่ถูกคนร้ายบุกปล้นปืนว่า กำลังนั่งดื่มกาแฟเฝ้าเวรอยู่ภายในฐาน ส่วนปืนวางไว้บนโต๊ะ คนร้ายชุดแรกประมาณ 5 คนแต่งกายคล้ายทหารบุกเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว จึงรีบคว้าปืน แต่คนร้ายได้ใช้ปืนจี้ที่คอ ส่วนอีกคนเขี่ยปืนให้พ้นมือ และคนร้ายสั่งให้ยกมือขึ้น ด้วยความกลัวจึงยกมือยอมแพ้ ถ้าสู้ก็ตายเพราะคนร้ายอยู่ในระยะประชิด ส่วนเพื่อน อส.อยู่ข้างบน 2 คน (โรงเรือน 2 ชั้นคล้ายหอคอย) อยู่ในห้องอีก 2 คน พอจะเรียกลูกน้อง คนร้ายก็เอาผ้ามาปิดปาก

          จากนั้นคนร้ายเข้ามาในฐานเพิ่มอีกนับสิบคน และใช้ปืนเล็งไปที่ชั้นบนซึ่งมี อส.อยู่ข้างบน 2 คน คนร้ายได้ขึ้นไปลากลงมา ส่วนอีก 2 คนอยู่ในห้องชั้นล่าง นอกจากนั้นยังเห็นคนร้ายอยู่ด้านนอกฐานอีกประมาณ 20 คน รวมประมาณ 30 คน ช่วงนั้นมึนงงมาก คนร้ายปฏิบัติการเร็วมา พอตั้งสติได้ก็คิดว่าต้องตายแน่ๆ นึกถึงพระเจ้าอย่างเดียว ประมาณ 15 นาที คนร้ายทั้งหมดก็ล่าถอยไป ใช้เส้นทางป่าละเมาะหลังป้อม จากนั้นเพื่อน อส.จึงแก้มัดกันและกัน แล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

9 ปีไฟใต้ปืนสูญกว่า 1.7 พันกระบอก   

          จากการตรวจสอบย้อนหลังของ “ทีมข่าวอิศรา” พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ได้พยายามก่อเหตุปล้นปืนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการโจมตีเจ้าหน้าที่ทหาร ทหารพราน ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) อส. หรือแม้กระทั่งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รวมทั้งครู ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนที่พกปืนป้องเพื่อกันตัว

          เหตุการณ์สำคัญๆ ในห้วงปี 2555 ที่มีการโจมตีหรือสังหารเหยื่อแล้วชิงปืนไปด้วยก็เช่น เมื่อวันที่ 18 พ.ย.คนร้ายประมาณ 20 คน มีอาวุธปืนครบมือ พยายามเข้าไปปล้นปืนในที่ทำการอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส แต่เจาะตู้เซฟที่ใช้เก็บรักษาปืนไม่สำเร็จ

          วันที่ 8 ต.ค. คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้ายิงถล่มรถของ อส.ประจำ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ในท้องที่ อ.ยะหริ่ง ทำให้ อส.เสียชีวิต 3 นาย ชิงปืนอาก้า เอ็ม 16 และปืนพกขนาด .38 กับ 9 มม.อย่างละ 1 กระบอก

          วันที่ 15 ก.ย.คนร้ายยิงถล่มรถของทหารพรานและจุดไฟเผาซ้ำในท้องที่บ้านปรามะ หมู่ 13 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา ทำให้ทหารพรานและแม่ครัวเสียชีวิตรวม 4 ศพ ชิงปืนอาก้ากับปืนพกของผู้เสียชีวิตไป 4 กระบอก

          วันที่ 28 ก.ค.คนร้ายมีรถกระบะ 3 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธสงครามยิงถล่มทหารที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี ขณะขี่รถจักรยานยนต์ลาดตระเวนพื้นที่ ทำให้ทหารเสียชีวิต 4 นาย และชิงอาวุธปืนเอ็ม 16 ของทหาร 4 กระบอกพร้อมเสื้อเกราะหลบหนีไป

          วันที่ 25 ก.ค. คนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์โจมตีรถตำรวจ สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ในท้องที่ อ.รามัน ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บสาหัส 1 นาย และชิงปืนเอชเค กับ เอ็ม 16 ไป 6 กระบอก

          วันที่ 25 พ.ค.คนร้าย 5 คนแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ มีรถกระบะ 2 คันเป็นพาหนะ บุกปล้นปืนของ ชรบ.จากที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.จะรัง อ.ยะหริ่ง ได้ปืนอาก้า 3 กระบอก ลูกซอง 5 นัด 2 กระบอก ปืนยาว .22 จำนวน 1 กระบอก ปืนพกแม็กนั่ม .22 จำนวน 1 กระบอก และปืนพกขนาด 9 มม.อีก 1 กระบอก

          ส่วนการปล้นปืนครั้งใหญ่ตลอด 9 ปีไฟใต้เกิดขึ้น 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 จำนวน 413 กระบอก ปล้นจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2554 จำนวน 65 กระบอก ปล้นจากฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารราบที่ 15121 (ร้อย ร.15121) หรือฐานพระองค์ดำ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

          ตัวเลขที่รวบรวมโดยฝ่ายความมั่นคงล่าสุดจนถึงต้นปี 2555 ในวาระ 8 ปีไฟใต้ พบว่ามีอาวุธปืนถูกปล้นไปทั้งสิ้น 1,629 กระบอก ติดตามคืนได้เพียง 484 กระบอก ฉะนั้นหากนับเหตุการณ์ปล้นชิงปืนตลอดปี 2555 รวมเข้าไปด้วย ก็น่าเชื่อว่ามีอาวุธปืนถูกปล้นไปทั้งสิ้นเกินกว่า 1,700 กระบอก โดยในจำนวนนี้ติดตามคืนมาได้จำนวนหนึ่งจากการปิดล้อม ตรวจค้น และทลายฐานฝึกหรือแหล่งซุกซ่อนอาวุธของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

ดักบึ้ม”รบพิเศษ”ที่ปะนาเระรถหุ้มเกราะพัง

          วันศุกร์ที่ 7 ธ.ค.เช่นกัน เวลา 22.30 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการวิทยากร กองร้อยรบพิเศษที่ 102 (รพศ.102)  ศูนย์สันติสุข บนถนนสายพ่อมิ่ง-คอกกระบือ ท้องที่บ้านพ่อมิ่ง หมู่ 3 ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ขณะเคลื่อนกำลังจำนวน 14 นาย โดยใช้รถกระบะ 2 คันเป็นพาหนะ แรงระเบิดทำให้รถกระบะหุ้มเกราะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ หมายเลขทะเบียน บท 2172 ปัตตานี ได้รับความเสียหาย แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

          ทั้งนี้ กำลังพลชุดดังกล่าวเพิ่งเสร็จจากภารกิจจัดกิจกรรมปอเนาะสานใจต้านยาเสพติดรุ่นที่ 3 ให้กับนักเรียนโรงเรียนวัฒนธรรมอิสลาม หรือปอเนาะพ่อมิ่ง กำลังมุ่งหน้ากลับฐานปฏิบัติการที่วัดมหิงษาราม ต.คอกกระบือ อ.ปะนาเระ สำหรับระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง วางไว้ริมถนน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

คลอดกฎเหล็กรปภ.ครูประกบตัวต่อตัว

          ส่วนความคืบหน้าการปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยครู (รปภ.ครู) ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส วันศุกร์ที่ 7 ธ.ค. นายปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ประชุมร่วมกับฝ่ายกองกำลัง ฝ่ายปกครอง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 และผู้บริหารสถานศึกษา 21 แห่งใน 3 ตำบลของ อ.เจาะไอร้อง ที่ปิดการเรียนการสอนภายหลัง ครูฉัตรสุดา นิลสุวรรณ ครูโรงเรียนบ้านตาโงะ อ.เจาะไอร้อง ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. และ ครูธีระพล ชูส่องแสง จากโรงเรยนบ้านบอเกาะ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.

          ทั้งนี้ มติที่ประชุมได้วางกฎเหล็ก 2 ข้อเพื่อให้ครูและกองกำลังใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกันอย่างเคร่งครัด ไม่นอกกรอบเหมือนที่ผ่านมาคือ 1.ให้เจ้าหน้าที่ดูแลครูในลักษณะประกบรายบุคคลตลอดห้วงเวลา รปภ.จนถึงที่หมาย ส่วนนอกเวลา รปภ.ให้ครูประสานกับเจ้าหน้าที่ชุดเดิมตลอด 24 ชั่วโมง 2.จัดกองกำลังชุดคุ้มครองตำบลและ อส.เข้าเสริมการ รปภ.โรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน นอกจากนั้นจะมีการนำครูไปฝึกยิงปืน รวมทั้งเปิดรับสมัครครูผู้ช่วยเพิ่ม 25 อัตราเพื่อทดแทนครูที่สูญเสียและขอย้ายออกนอกพื้นที่

ใบกระท่อมระบาดน้ำวันเดียวจับ 80 กิโลกรัม

          ด้านการปฏิบัติของฝ่ายความมั่นคง เมื่อเวลา 08.30 น.วันเสาร์ที่ 8 ธ.ค.2555 ขณะที่กำลังพลจากกองร้อยทหารราบที่ 2514 (ร้อย ร.2514) หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการบ้านปากล่อ หมู่ 6 ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี นั้น ได้ตรวจค้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 4083 ยะลา พบใบกระท่อมสดจำนวน 50 กิโลกรัม จึงควบคุมตัว นายอาฟันดี ดอมะ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/17 หมู่ 1 ต.ปุโรง อ.กรงปินัง จ.ยะลา และ นายไซฟูลรีซาล ปุโรง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 1 ต.ปุโรง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ไปสอบปากคำ เบื้องต้นทั้งสองให้การรับสารภาพว่าขนใบกระท่อมสดมาจาก จ.สงขลา เพื่อนำไปส่งในพื้นที่ ต.ปุโรง โดยจะมีเครือข่ายมารับไปจำหน่ายต่อ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งสองส่ง สภ.โคกโพธิ์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

          ก่อนหน้านั้น เวลา 02.00 น. ที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง หมู่ 7 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแลนเซอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ซย 2771 กรุงเทพมหานคร พบใบกระท่อมสดจำนวน 30 กิโลกรัม จึงควบคุมตัว นายอาหามะ มะแซ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/2 หมู่ 4 ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ส่งดำเนินคดีที่ สภ.หนองจิก โดยเจ้าตัวยอมรับว่าซื้อใบกระท่อมสดมาจาก อ.สะเดา จ.สงขลา ในราคากิโลกรัมละ 500 บาท เพื่อนำไปจำหน่ายต่อในพื้นที่ อ.กะพ้อ กิโลกรัมละ 700 บาท

          ส่วนเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ธ.ค.เวลา 14.00 น. กองร้อยทหารพรานที่ 4416 (ร้อย ทพ.4416) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ได้สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 11 บ้านยือริง หมู่ 4 ต.ตันหยงดาลอ อ.ยะหริ่ง และควบคุมตัว นายดุล มาหะมิง เจ้าของบ้าน พร้อมยึดน้ำกระท่อมบรรจุถุงพลาสติก ถุงละ 1 กิโลกรัม จำนวน 100 ถุง ส่งดำเนินคดีที่ สภ.ยะหริ่ง

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวอิศรา

Advertisements

About Tangnam News

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in ข่าวภาคใต้, ข่าวในประเทศ, อาชญากรรม. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s