ผลการศึกษาล่าสุดชี้ สงครามอิรักทำ รบ.มะกันสูญเงิน 64 ล้านล้าน สังเวยอีกเกือบ 2 แสนชีวิต

 ผลการศึกษาล่าสุดในสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยเมื่อวันพุธ (20) ชี้รัฐบาลอเมริกันต้องนำเงินภาษีของประชาชนของตัวเองกว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 64 ล้านล้านบาท) เพื่อรองรับการทำสงครามในอิรักและสงครามที่รัฐบาลอเมริกันเป็นคนก่อขึ้นดังกล่าวยังส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิรักกว่า 190,000 คน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวกว่าร้อยละ 70 เป็นพลเรือนผู้บริสุทธิ์

ผลการศึกษาล่าสุดของ “สถาบันวัตสันเพื่อการศึกษากิจการระหว่างประเทศ” ซึ่งเป็นองค์กรในสังกัดของมหาวิทยาลัย “บราวน์” ในมลรัฐโรด ไอส์แลนด์ของสหรัฐฯ ระบุว่า การตัดสินใจเปิดฉากสงครามบุกอิรักเพื่อโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน ที่เริ่มขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม ปี 2003 ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุชนั้น ถือเป็น “จุดเริ่มต้นแห่งความสูญเสีย” ของสหรัฐฯ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในอีก 10 ปีให้หลัง

ทีมนักวิจัยของสถาบันดังกล่าวที่นำโดยศาสตราจารย์แคเธอรีน ลุตซ์ แห่งมหาวิทยาลัยบราวน์ และศาสตราจารย์เนตา ซี. ครอว์ฟอร์ด จากมหาวิทยาลัยบอสตัน ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องนำเงินภาษีของชาวอเมริกันกว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 64 ล้านล้านบาท) ไปใช้ในสงครามในอิรัก ซึ่งคร่าชีวิตทหารอเมริกันไปทั้งสิ้น 4,488 ราย ยังไม่รวมกับจำนวนผู้ที่ถูกสังหารในอิรักอีกกว่า 190,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นพลเรือนที่ต้องจบชีวิตจากผลของการสู้รบโดยตรงประมาณ 134,000 คน

รายงานของสถาบันวัตสันยังพบข้อมูลว่า นอกเหนือจากงบประมาณมหาศาลที่สหรัฐฯ ต้องนำไป “ถม” ในแผ่นดินอิรักเพื่อภารกิจทางการทหารแล้ว รัฐบาลวอชิงตันยังต้องใช้เงินอีกกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.75 ล้านล้านบาท) ในการฟื้นฟูอิรัก

โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า งบประมาณในการฟื้นฟูอิรักส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในการเสริมสร้างกองทัพและกองกำลังตำรวจของอิรัก แทนที่จะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นมากกว่าอย่างเช่น ถนน และระบบการดูแลสุขภาพ ทั้งที่รัฐบาลอเมริกันทราบดีว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของแพทย์ในอิรักได้หลบหนีออกนอกประเทศตลอดช่วงทศวรรษ 2000 จนอิรักประสบภาวะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อย่างรุนแรงเข้าขั้นวิกฤต

นอกจากนั้น ผลการศึกษายังพบว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ยังใช้วิธีกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศอีกช่องทางหนึ่ง นอกเหนือจากการขออนุมัติงบประมาณจากสภาคองเกรส เพื่อหาเงินมาสนับสนุนการทำสงครามในอิรักระหว่างปี 2003-2011 เป็นเหตุให้รัฐบาลวอชิงตันมีภาระดอกเบี้ยที่ต้องแบกรับจากสงครามดังกล่าวจำนวนมาก และหากนับรวมดอกเบี้ยทั้งหมดแล้ว คาดว่าค่าใช้จ่ายของสหรัฐฯ ในการทำสงครามที่อิรักอาจสูงเกินกว่า 3.9 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 114 ล้านล้านบาท)

About TangnamNews

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in ข่าวต่างประเทศ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s