“ภราดร-ทวี” วิเคราะห์ท่าที “ฮัสซัน ตอยิบ” โผล่คลิปวีดีโอ

พล.ท.ภราดร พัฒนาถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มองว่า การแถลงข้อเรียกร้องผ่านคลิปวีดีโอทางเว็บไซต์ยูทิวบ์ (www.youtube.com) สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังของ นายฮัสซัน ตอยิบ ผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น และอยู่ร่วมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับตัวแทนรัฐบาลไทยนั้น ถือเป็นความพยายามยกระดับการพูดคุยให้เป็นการ “เจรจา” เพื่อเริ่มยื่นเงื่อนไขอย่างเป็นทางการ

hassan

อนึ่ง นายฮัสซัน และ นายอับดุลการิม คอลิบ ได้ปรากฏตัวในคลิปวีดีโอที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ยูทิวบ์ พร้อมแถลงข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย 5 ข้อ โดยสรุปคือ ให้ยกเลิกหมายจับทั้งหมด ให้ปล่อยนักโทษคดีความมั่นคง ให้มาเลเซียเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ย หรือ mediator ไม่ใช่แค่ผู้อำนวยความสะดวก หรือ facilitator ให้เกิดการพูดคุยเท่านั้น พร้อมให้ดึงผู้แทนจากชาติอาเซียนและโอไอซี หรือองค์การความร่วมมืออิสลาม มาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

“การออกมาแถลงข้อเรียกร้องผ่านสื่อสังคมออนไลน์ก่อนถึงวันนัดพูดคุยไม่ได้ถือเป็นเรื่องผิดข้อตกลง และฝ่ายบีอาร์เอ็นสามารถทำได้ ถือเป็นเรื่องดีที่ได้มีการสื่อสารข้อเรียกร้องมาให้เราทราบ และรัฐบาลไทยพร้อมรับฟัง” เลขาธิการ สมช.ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติภาพฝ่ายไทย กล่าว

ปัดยกระดับมาเลย์เป็น “ผู้เจรจาไกล่เกลี่ย”

อย่างไรก็ดี พล.ท.ภราดร บอกว่า ในวันจันทร์ที่ 29 เม.ย.ซึ่งเป็นวันนัดพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย คงต้องสอบถามกับนายฮัสซันตรงๆ อีกทีว่าได้พูดหรือสื่อสารทั้งหมดนั้นจริงหรือไม่ เพราะคลิปวีดีโอสามารถตัดต่อได้ รวมถึงเรื่องที่มีข่าวว่าลูกชายของบุคคลที่เข้าร่วมพูดคุยกับตัวแทนรัฐบาลไทยบางคนยังคงสั่งการให้ลอบวางระเบิดอยู่ด้วย แต่ยืนยันได้ว่าคนที่ปรากฏตัวในคลิปวีดีโอเป็นบุคคลที่ร่วมพูดคุยกับคณะผู้แทนฝ่ายรัฐบาลไทยจริง

“ข้อเรียกร้องทั้งหมดที่ปรากฏในคลิปก็เป็นสิทธิที่สามารถเรียกร้องได้ แต่บางเรื่องคงทำให้ไม่ได้ เช่น การให้มาเลเซียทำหน้าที่เป็นผู้เจรจาไกล่เกลี่ย เพราะได้ตกลงเห็นพ้องกันตั้งแต่ต้นแล้วว่ามาเลเซียจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น” พล.ท.ภราดร กล่าว

ไร้วาดะห์ร่วมวง – ทัพ4ส่ง “เสธ.ชรินทร์” ร่วมถก

ส่วนคณะผู้แทนฝ่ายไทยที่จะเข้าพูดคุยสันติภาพกับผู้แทนบีอาร์เอ็น ในวันจันทร์ที่  29 เม.ย.นี้ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ไม่มีตัวแทนกลุ่มวาดะห์ ในฐานะที่ปรึกษาของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย แต่ได้เพิ่มผู้แทนกองทัพภาคที่ 4 เข้าไปอีก 1 คน คือ พล.ต.ชรินทร์ อมรแก้ว เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4

สำหรับประเด็นหลักๆ ที่จะได้หารือกัน คือ เรื่องการลดเหตุรุนแรง และสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาซึ่งยังคงมีความรุนแรงเกิดขึ้นอยู่ ส่วนข้อเรียกร้องจากการพูดคุยครั้งก่อน (28 มี.ค.) เรื่องความยุติธรรมนั้น ได้เตรียมข้อมูลไปพูดคุยแลกเปลี่ยนแล้ว

“เรื่องหมายจับก็ได้มีการพิจารณา เพราะต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายไปเยอะ บางหมายก็เป็นการยกระดับ เช่น ออกหมายเรียกแต่ผู้ที่ถูกออกหมายไม่ยอมเข้าพบเจ้าหน้าที่ ก็ยกระดับเป็นหมายจับ ทั้งๆ ที่บางกรณีไม่มีอะไรมาก แค่เกิดจากความกลัวเท่านั้นจึงไม่กล้าเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ อย่างนี้เราก็จะมาทบทวนกัน ขณะที่เรื่องย้ายนักโทษคดีความมั่นคงกลับไปคุมขังยังเรือนจำบ้านเกิดที่มีการพูดถึงจากวงพูดคุยครั้งที่แล้วเช่นกัน ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง” เลขาธิการ สมช.ระบุ

คาดส่งสัญญาณ “เปอร์มูดอ” หยุดก่อเหตุ

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า การปรากฏตัวของนายฮัสซัน ตอยิบ ในคลิปวีดีโอเป็นการแสดงให้เห็นว่าการพูดคุยตลอดมาเป็นความสมัครใจ ไม่ได้ถูกมาเลเซียบังคับตามที่เป็นข่าว

นอกจากนั้น การออกแถลงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ยังน่าจะเป็นการส่งสัญญาณถึงกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ที่ยังเลือกใช้วิธีรุนแรงอยู่ ให้ยุติการก่อเหตุรุนแรงเอาไว้ก่อน

“บุคคลที่ปรากฏในคลิปพร้อมกับนายฮัสซัน คือหัวหน้าเปอร์มูดอของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเคยร่วมพูดคุยกับคณะผู้แทนจากรัฐบาลไทยจริง การปรากฏตัวของทั้งคู่ทำให้เกิดความชัดเจนและเชื่อว่าเป็นวิธีการสื่อสารเพื่อส่งสัญญาณตรงถึงพื้นที่” พ.ต.อ.ทวี ระบุ

“วงน้ำชา-สภากาแฟ” หนุนท่าทีบีอาร์เอ็น

ด้านความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ เท่าที่สอบถามตามร้านน้ำชา สภากาแฟ และชุมชนต่างๆ ปรากฏว่าส่วนใหญ่สนับสนุนท่าทีของขบวนการบีอาร์เอ็นตามที่ นายฮัสซัน ตอยิบ แถลง โดยมองว่าเป็นการออกมาประกาศท่าทีอย่างชัดเจนเพื่อให้สังคมรู้ว่าบีอาร์เอ็นกำลังอะไรและทำเพื่ออะไร

“เขาประกาศว่าจะปกป้องคนทุกกลุ่มและสร้างดินแดนที่ดีกว่า ซึ่งถือเป็นเรื่องดี การออกมาแถลงข้อเรียกร้องเช่นนี้ทำให้กระบวนการเจรจามีความคืบหน้า สิ่งสำคัญที่รัฐต้องตระหนักก่อนเข้าร่วมพูดคุยเจรจารอบใหม่คือรัฐต้องยอมรับตัวตนของคนมลายูปัตตานี และยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตด้วย” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าว

ขณะที่เสียงจากสภากาแฟหลายแห่งตั้งข้อสังเกตตรงกันว่า การที่นายฮัสซันและนายอับดุลการิมออกมาแถลง โดยเรียกประเทศไทยว่า “นักล่าอาณานิคมสยาม” ถือเป็นการส่งสัญญาณให้ย้อนมองการกระทำของรัฐไทยในอดีตด้วยหรือไม่ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐไทยย้อนมองอดีตบ้าง ไม่ใช่มองเฉพาะปัจจุบัน เพราะอดีตเป็นต้นเหตุของปัญหา ถ้าไม่ยอมรับอดีตก็จะแก้ไขปัญหาไม่ได้

———————————————————————————-

ขอบคุณสำนักข่าวอิศรา

About TangnamNews

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in ข่าวภาคใต้, ข่าวในประเทศ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s