เหยื่อตึกถล่มบังกลาเทศพุ่งอย่างน้อย 375 ศพ ผู้เชี่ยวชาญแนะควรขอความช่วยเหลือจากไทยเพราะมีประสบการณ์สูง

 ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากเหตุอาคารโรงงานสิ่งทอ ความสูง 8 ชั้น ถล่มในย่านซาวาร์ ชานกรุงธากาของบังกลาเทศได้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 375 รายแล้วในวันอาทิตย์ (28) ขณะที่ทีมกู้ภัยในพื้นที่เตรียมใช้เครื่องมือหนักจำพวกเครนท่ามกลางความหวังในการค้นพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมที่ลดน้อยลง ด้านผู้เชี่ยวชาญบังกลาเทศแนะ รัฐบาลควรขอความช่วยเหลือจากไทย เพราะมีประสบการณ์สูงในการรับมือเหตุฉุกเฉิน

อาเหม็ด อาลี ผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจดับเพลิงแห่งชาติของบังกลาเทศ ออกมายอมรับว่าโอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังของอาคารโรงงานสิ่งทอดังกล่าวในเวลานี้เหลือน้อยมาก แม้ล่าสุดเจ้าหน้าที่จะพบผู้ประสบภัยอีก 2 รายที่ยังมีชีวิตรอดแม้จะติดอยู่ใต้ซากอาคารมานานกว่า 100 ชั่วโมงหลังเกิดการถล่ม ขณะเดียวกัน จำนวนของผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากใต้ซากอาคารนับตั้งแต่วันพุธ (24) ที่ผ่านมามีมากกว่า 2,400 รายแล้ว

ผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจดับเพลิงแห่งชาติของบังกลาเทศยังเผยว่า ได้เคลื่อนย้ายเครื่องจักรกลหนักเข้ามายังพื้นที่แล้ว แต่ยังคงต้องรอให้ทางทีมกู้ภัยซึ่งเข้าเคลียร์พื้นที่ยืนยันเสียก่อนว่าไม่พบผู้รอดชีวิตติดอยู่ใต้ซากของอาคาร “รานา พลาซา” แห่งนี้อีก

นับตั้งแต่เกิดการถล่ม เจ้าหน้าที่กู้ภัยบังกลาเทศใช้เพียงแค่เครื่องมือในการตัดและเจาะแบบควบคุมด้วยมือเท่านั้น เนื่องจากเกรงว่าหากมีการใช้เครื่องจักรกลหนักจำพวกเครนจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้รอดชีวิตที่ยังติดค้างอยู่ภายใน ขณะที่ทหารและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายร้อยนายพร้อมด้วยเหล่าคนงานโรงงานสิ่งทอต่างอาสาเข้ามายังพื้นที่เกิดเหตุเพื่อช่วยค้นหาผู้รอดชีวิต รวมถึงร่างของผู้เสียชีวิตตลอดหลายวันที่ผ่านมา

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุอาคารสูง 8 ชั้นพังถล่มครั้งนี้ได้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 375 รายแล้ว แต่ยังมีร่างไร้วิญญาณของผู้เสียชีวิตอีกนับสิบรายที่ถูกพบเห็นว่ายังติดอยู่ภายในซากอาคาร แต่ยังไม่สามารถนำออกมาได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงจะต้องพุ่งสูงยิ่งกว่านี้ นับเป็นความสูญเสียที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของบังกลาเทศ ที่ได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ด้านสิ่งทออันดับ 2 ของโลกรองจากจีน และเป็นฐานการผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังในโลกตะวันตก

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการตั้งคำถาม ถึงความไม่ปลอดภัยในการทำงานของเหล่าคนงานสิ่งทอในบังกลาเทศที่สร้างผลกำไรมหาศาลในแต่ละปีให้กับแบรนด์แฟชั่นตะวันตก แต่เหล่าคนงานบังกลาเทศต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เลวร้ายและสุ่มเสี่ยงเพื่อแลกกับค่าตอบแทนที่ต่ำกว่า 40 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,170 บาท) ต่อเดือน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ (27) ตำรวจบังกลาเทศได้จับกุมเจ้าของบริษัทเสื้อผ้า 2 รายซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ภายในอาคารรานา พลาซา โดยชยามล์ มุเคอร์จี รองผู้บัญชาการตำรวจเผยว่า ผู้ที่ถูกจับกุมตัวประกอบด้วย บาซลุส ซามัด ประธานบริษัท นิวเวฟ บัททอนส์ และนิวเวฟ สไตล์ รวมถึง มะห์มูดูร์ ราฮามาน ตาเปช ซึ่งเป็นผู้อำนวยการบริหารของโรงงานหนึ่งในสองแห่งดังกล่าว โดยทั้งสองถูกแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

การจับกุมตัวบาซลุส ซามัด และมะห์มูดูร์ ราฮามาน ตาเปช มีขึ้นหลังจากที่นายกรัฐมนตรีหญิง ชีค ฮาซินา แห่งบังกลาเทศ แถลงว่าทั้งสองเป็นผู้สั่งการให้คนงานกลับเข้าไปทำงานภายในอาคารรานา พลาซา ทั้งที่เห็นว่าตัวอาคารเริ่มมีรอยร้าวตั้งแต่ช่วงเย็นของวันอังคาร (23)

ด้านศาสตราจารย์เมเฮดี อาเหม็ด อันซารี ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา แห่งมหาวิทยาลัยวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งบังกลาเทศ (BUET) ระบุว่า บังกลาเทศควรขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่มีประสบการณ์ในการรับมือกับภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินอย่างเช่นประเทศไทย เพราะเจ้าหน้าที่ของบังกลาเทศไม่เคยมีประสบการณ์ในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน

About TangnamNews

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in ข่าวต่างประเทศ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s