ผู้นำประเทศทั่วโลกออกมาวิจารณ์นโยบายจำกัดคนเข้าเมืองของทรัมป์


สรุปการแสดงความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ ของผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต่อนโยบายของทรัมป์ ที่มุ่งเน้นให้มีผลต่อประชาชนของ 7 ประเทศที่มีมุสลิมเป็นชนส่วนใหญ่ และผู้เข้าเมืองตามโครงการรับผู้อพยพของสหรัฐ ฯ


สหราชอาณาจักร – สำนักนายรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า นายกรัฐมนตรีเธเรซ่า เมย์ “ไม่เห็นด้วย” กับข้อจำกัดดังกล่าว และจะเข้าแทรกแซงหากเกิดผลกระทบกับคนที่ถือสัญชาติอังกฤษ และว่า อังกฤษก็ไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติในลักษณะเช่นนี้ และคิดว่า อังกฤษจะไม่เลือกใช้นโยบายนี้ด้วย


สหภาพยุโรป – Federica Mogherini ประธานฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เรียกร้องให้ ดำเนิเนการสนับสนุน ต้อนรับ และดูแลผู้ที่หลบหนีจากภัยสงคราม และว่า จะร่วมเฉลิมฉลองกับทุกกำแพงขวางกั้นที่ถูกทลายลง และสำหรับทุกสะพานเชื่อมโยงที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ สหภาพยุโรปจะทำงานเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะสิ่งนี้คือเอกลักษณ์ คือประวัติศาสตร์ คือการทำงาน และคือพันธะที่ต้องดำเนินการร่วมกัน


แคนาดา – ถึงแม้นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด จะไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ โดยตรง แต่เขาได้เขียนลงในทวิตเตอร์ ว่า “ถึงผู้ที่เตลิดหนีมาจากการเข่นฆ่า ความน่าสพรึงกลัว และสงคราม ชาวแคนาดาจะต้อนรับพวกท่าน โดยไม่เลือกศาสนา เพราะความหลากหลายคือความเข้มแข็งของพวกเรา #WelcomeToCanada


อิหร่าน – รัฐมนตรีต่างประเทศญาว๊าด ซารีฟ แสดงความไม่พอใจต่อวิธีการของทรัมป์ ซึ่งเขากล่าวว่า เป็นการแสดงอย่างแจ่มชัดในการดูหมิ่นโลกอิสลาม และว่า สิ่งนี้จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นวิธีการที่บีบคนให้ไปเข้ากับกลุ่มหัวรุนแรงในที่สุด ซารีฟยังกล่าวว่า นโยบายของทรัมป์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ก่อการร้ายได้สมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น เป็นการตอกย้ำให้เกิดความแตกแยกกับสิ่งที่แตกร้าวอยู่แล้ว และเท่ากับเป็นยกประโยชน์ให้ผู้ก่อการร้าย 


เยอรมัน – โฆษกของนายกรัฐมนตรีเยอรมัน กล่าวว่า นางเมอร์เกล แสดงความเสียใจต่อนโยบายนี้ และเธอเชื่อว่า ถึงแม้จะอยู่ในสถานะที่ต้องต่อสู้กับการก่อการร้ายอย่างเด็ดเดี่ยว แต่การกำหนดว่าคนหนึ่งคนใด จากประเทศหนึ่งประเทศใด หรือจากความเชื่อใด เป็นผู้สมควรต้องสงสัยมากกว่าคนอื่นๆ เป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง 


อินโดนีเซีย – โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า อินโดนีเซียรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง ต่อการประกาศนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ ครั้งนี้ “เราเชื่อว่านโยบายนี้จะมีผลกระทบต่อการต่อต้านการก่อการร้าย ที่กำลังดำเนินการอยู่ทั่วโลก รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพจะได้รับผลในทางลบ และมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องที่จะเชื่อมโยงศาสนาใดศาสนาหนึ่ง กับความรุนแรงและการก่อการร้าย”


ฝรั่งเศส – Jean-Marc Ayrault รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า การต้อนรับผู้ลี้ภัยที่กำลังหลบหนีสงคราม เป็นการปฏิบัติหน้าที่ส่วนหนึ่งของฝรั่งเศส และว่า ต้องให้แน่ใจว่า เป็นการกระทำอย่างยุติธรรม การดำเนินนโยบายนี้ของสหรัฐ ฯ ทำให้ฝรั่งเศสรู้สึกกังวลใจ


สวีเดน – รัฐมนตรีต่างประเทศ และรองนายกรัฐมนตรีสวีเดน กล่าวในทำนองเดียวกันว่า “เป็นเรื่องที่โชคร้ายอย่างมาก” เพราะการตัดสินใจเยี่ยงนี้จะเพิ่มความไม่ไว้วางใจ และความตึงเครียดระหว่างผู้คน จากข้อมูลที่ว่า การหลั่งไหลของผู้อพยพจากเหตุสงคราม และความขัดแย้งครั้งนี้ เป็นครั้งที่ใหญ่ทื่สุดนับตั้งแต่สิ้นสงครามโลก ครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ดังนั้น มันจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกประเทศ รวมทั้งสหรัฐ ฯ ด้วย


สวิตเซอร์แลนด์ – รัฐมนตรีกิจการต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Didier Burkhalter กล่าวว่า การตัดสินใจของทรัมป์ ครั้งนี้นับเป็นความผิดพลาด ที่ผ่านมา การเลือกปฏิบัติต่อมนุษย์ โดยยึดถือเอาศาสนาหรือเชื้อชาติของเขาเป็นเครื่องตัดสิน มักจะถูกต่อต้าน และหากจะยึดถือเอาตามความเห็นนี้ การดำเนินนโยบายของสหรัฐ ฯ ก็ดำเนินไปในทางที่ไม่ถูกต้อง Burkhalter ยังย้ำถึงสนธิสัญญาเจนีวา ที่ระบุว่า ทุกประเทศต้องให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากจากสงคราม และว่าการกระทำเช่นนี้จะเข้าข่ายการละเมิดสนธิสัญญานี้หรือไม่


เนเธอร์แลนด์ – นายกรัฐมนตรี Mark Rutte กล่าวว่า ผู้อพยพทั้งหลายที่หนีภัยสงคราม และความรุนแรงออกมา สมควรจะได้มีสถานที่ปลอดภัยรองรับ โดยไม่เลือกว่าเป็นเชื้อชาติหรือศาสนาใด และว่า เนเธอร์แลนด์ รู้สึกเสียใจต่อการตัดสินใจของสหรัฐ ฯ ครั้งนี้ รวมทั้งขอปฏิเสธการกระทำดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นักการเมืองขวาจัดชาวดัทช์ จากพรรค Freedom Party นาย Geert Wilders ทวีตความเห็นว่า “อิสลามยิ่งน้อย เสรีภาพยิ่งมาก” “ปราศจากคนเข้าเมืองจากประเทศอิสลามเป็นสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริง” เป็นต้น

ในขณะที่ผู้นำประเทศต่างๆ ล้วนแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งผู้บริหารของทรัมป์ ยังมีบางประเทศ เช่น โปแลนด์ และสาธารณรัฐเชค ซึ่งออกความเห็นในเชิงปกป้องทรัมป์ ว่า การออกคำสั่งเช่นนี้เป็นการแสดงความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชนสหรัฐ ฯ และว่า เป็นสิทธิของทรัมป์ภายใต้อธิปไตยของประเทศ ที่จะออกนโยบายด้านผู้อพยพของตนเอง

http://www.middle-east-online.com/english/?id=81145

http://www.middle-east-online.com

Advertisements

About Tangnam News

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in อื่นๆ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s