รายงานจากเรือบรรเทาทุกข์สู่ชาวโรฮิงยา พร้อมอาสาสมัครจาก 12 ชาติ รวม 185 คน


ท่ามกลางความมืดกลางทะเลอันดามัน เสียงอะซานเชิญชวนละหมาดซุบฮิ ดังก้องผ่านลำโพงทั่วเรือเดินสมุทรอาลิยา (Aliya) ปลุกให้บรรดาอาสาสมัครมุสลิมจากหลายชาติ ออกจากห้องพักมาเตรียมตัวปฏิบัติศาสนกิจครั้งแรกของวันบนสะพานเดินเรือ


บนแผงบังคับเรือตรงหน้าที่นั่งของกัปตัน ปรากฏแสงกระพริบหลายจุด บนหลายจอภาพ จอหนึ่งเป็นเรด้าร์แสดงตำแหน่งปัจจุบันของเรือ อีกจอหนึ่งแสดงความลึกของทะเล ใกล้ๆ กัน มีหลอดตะเกียงส่องแสงสว่างลงบนโต๊ะ ที่เต็มไปด้วยภาพแผนผังทะเล แผนที่ภูมิภาค ซึ่งแสดงความลึกของระดับน้ำทะเลตามเฉดสีฟ้าเข้ม-จาง และสีเหลืองที่แสดงว่าเป็นแผ่นดิน


สะพานเดินเรือถูกกั้นด้วยม่าน เหลือพื้นที่ว่างซึ่งขณะนี้เต็มไปด้วยอาสาสมัครที่เตรียมตัวละหมาดพร้อมกัน ทั้งหมดยืนเรียงแถวหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ตามเข็มทิศที่ชี้บอกทางไว้ ณ ที่นั้น ทั้งหมดละหมาดซุบฮิท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงจากหลอดตะเกียงที่ส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของพวกเขาเท่านั้น


เรือบรรเทาทุกข์ Aliya ขนสิ่งของเพื่อส่งความช่วยเหลือให้แก่ชาวโรฮิงยา ทั้งในเมียนมาร์ และบังคลาเทศ รวมน้ำหนักทั้งหมด 2,300 ตัน โดยมีอาสาสมัคร 185 คน จาก 12 ประเทศ เดินทางมาพร้อมเรือลำนี้ หลายคนในจำนวนนี้เป็นมุสลิม


เมื่อวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เรือแล่นอยู่กลางทะเลและเห็นเกาะขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุด ในระยะ 200 กิโลเมตร ทางตะวันออกของประเทศไทย และห่างไป 400 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามัน ในทะเลเดียวกันนี้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ชาวโรฮิงยาจำนวนหลายร้อยคน ต้องเอาชีวิตมาทิ้ง หลังจากที่พวกเขาตัดสินใจลงเรือหนีจากการบีบคั้น และความรุนแรงในรัฐยะไข่ (อาระกัน) ของเมียนม่าร์ เพื่อหวังได้พบชีวิตใหม่ในประเทศอื่น


หลังเสร็จสิ้นการละหมาด มุฮัมมัด อัซมี อับดุล ฮามิด (Mohd Azmi Abdul Hamid) วัย 59 ปี หนึ่งในหัวหน้าผู้จัดโครงการขึ้นนั่งบนเก้าอี้เพื่อกล่าวนาซีฮัด ในภาษามาเลย์และอังกฤษสลับกัน


สาระสำคัญในนาซีฮัด มีอาทิ ความแตกต่างในอิสลามคือความสวยงาม ถึงแม้จะแตกต่างแต่ต้องไม่แตกสามัคคี มุสลิมทั่วโลกมาจากเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ประเด็นคือ ต้องให้ความเคารพในความแตกต่างนั้น เพราะถ้าเราแบ่งแยกกัน ก็คงไม่อาจช่วยเหลือพี่-น้องมุสลิมในพื้นที่ เช่น อาระกัน หรือมินดาเนา ได้


นอกจากเครื่องอุปโภค บริโภค ที่จะนำไปช่วยเหลือชาวโรฮิงยาแล้ว ยังได้เตรียม อัล-กุรอาน จำนวน 1,000 เล่ม แพ็คในซองพลาสติกสีเหลืองอย่างดี เพื่อแจกแก่เยาวชนชาวโรฮิงยาในค่ายอพยพที่ตั้งอยู่ใกล้ Teknaf ในบังคลาเทศ


หลังจากที่อัซมี ขอให้ผู้มาชุมนุมบนสะพานเรือผลัดกันอ่านอัล-กุรอาน จำนวน 5 หน้า ทีละคน เขากล่าวว่า การละหมาดบนสะพานเดินเรือจะทำวันละ 3 ครั้ง คือตอนเช้าตรู่ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ตอนบ่าย และตอนดึก โดยจะจัดตารางให้ผลัดกันขึ้นเป็นอิหม่ามนำละหมาด และว่า หลายคนในจำนวนนี้มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นอิหม่ามได้


อัซมี่ ยังกล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้ได้สร้างโอกาสให้พวกเขาได้รวมตัวกัน เพื่อมุ่งสู่จุดหมายปลายทางเดียวกันด้วย


หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ได้มีการจัดแถลงข่าวขึ้นในเรือ โดยแจ้งให้ทราบว่า บังคลาเทศ ซึ่งเป็นประเทศมุสลิมที่มีประชากรกว่า 145 ล้านคน ได้ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือในตอนแรก แต่หลังจากที่มีการเจรจา การยื่นข้อเสนอ และการตัดสินใจหลายครั้ง ในที่สุดบังคลาเทศยอมให้เรือบรรเทาทุกข์เข้าสู่น่านน้ำของประเทศ แต่ไม่อนุญาตให้จอดที่ท่าเรือใน Teknaf และสถานที่อีก 3 แห่งที่ทางผู้จัด ฯ ได้เสนอขึ้น (ในจำนวนนี้เป็นเกาะ 2 แห่ง) รวมทั้งไม่อนุญาตให้อาสาสมัครคนใดขึ้นไปเยี่ยมค่ายผู้อพยพโรงฮิงยาด้วย


เรืออาลิยา มุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไป นั่นคือ ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนม่าร์ ตอนนี้ผ้าปูละหมาดของพวกเขาเลื่อนไปทางซ้ายเล็กน้อย เพื่อให้ทิศกิบลัตตรงกับมักกะฮ์เสมอ

http://www.thestar.com.my/news/nation/2017/02/09/united-in-bid-to-aid-the-persecuted-muslims-from-12-countries-come-together-to-deliver-supplies-on-f/

http://www.thestar.com

Advertisements

About Tangnam News

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in อื่นๆ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s