มัสยิดท่าช้างนครศรีธรรมราช: เมื่อมัสยิดกลายเป็นโรงเรียนวัด และวัดกลายเป็นมัสยิด


ภาพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ประทับนั่งบนมิมบัร ของมัสยิดท่าช้าง ในปี 2502

นครศรีธรรมราชเป็นเมืองพหุวัฒนธรรมที่มีคนหลากหลายเชื้อชาติและศาสนาอาศัยอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่อดีต มีหลักฐานของการตั้งถิ่นฐานของชาวมุสลิมจากสงครามสยาม-ไทรบุรีบริเวณรอบนอกเมืองนครศรีธรรมราชมาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ ขณะที่ชาวมุสลิมซึ่งอพยพมาจากรัฐกลันตันของมาเลเซีย เริ่มเข้ามาลงหลักปักฐานในแถบย่านการค้าของเมืองนครศรีธรรมราชและสร้างมัสยิดขึ้นในปี 2440 ติดกับวัดมเหยงค์ ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า ‘สุเหร่านอก’ พร้อมกับการตั้งชุมชนและมัสยิดก็มีการตั้งตลาดของชาวมุสลิมขึ้นบริเวณริมถนนซึ่งผ่านกลางเมืองนครศรีธรรมราช ชาวบ้านทั่วไปจึงเรียกย่านดังกล่าวว่า ‘ตลาดแขก’ มาจนปัจจุบัน

มัสยิดท่าช้างขณะก่อสร้างหลังจากได้ที่ดินบริเวณวัดท่าช้าง

กระทั่งปี 2470 ทางการต้องการพื้นที่ข้างวัดมเหยงค์เพื่อสร้างโรงเรียนประชาบาลขึ้น (ซึ่งปัจจุบันคือโรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงค์) จึงได้มีการขอให้มุสลิมย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าวรวมถึงย้ายมัสยิดด้วย ขณะนั้น ‘สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์’ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นอุปราชปักษ์ใต้อยู่ จึงทรงรับสั่งให้อิมามและสัปบุรุษของมัสยิดเข้าพบ และทรงให้เลือกพื้นที่วัดร้างเก่า เพื่อสร้างมัสยิดแทนหลังเดิม โดยมีวัดให้เลือก 3 แห่ง คือ วัดพระเงิน วัดชายตัง และวัดท่าช้าง ทางมุสลิมตกลงเลือกพื้นที่วัดท่าช้างขนาด 1 ไร่ กว้าง 1 เส้น ยาว 1 เส้น เพื่อสร้างมัสยิด ต่อมาชาวบ้านจึงเรียกมัสยิดดังกล่าวว่า ‘มัสยิดท่าช้าง’ ตามชื่อของวัดร้างเดิม ขณะที่มัสยิดได้ตั้งชื่อเป็นทางการว่า ‘มัสยิดซอลาฮุดดีน’

 

มัสยิดท่าช้างในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามในปี 2490 ได้เกิดพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลามขึ้น เพื่อให้มัสยิดทุกแห่งในราชอาณาจักรขึ้นทะเบียนกับทางราชการเพื่อให้มีสถานะนิติบุคคลตามกฎหมาย แต่มัสยิดท่าช้างนั้นกลับไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้เนื่องจากใช้ที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดท่าช้างอยู่ สถานะของมัสยิดท่าช้างยังคงเป็นปัญหาอยู่จนกระทั่งปี 2497 ทางกรรมการมัสยิดจึงได้ทูลเกล้าฎีกาถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งต่อมาทรงพระราชทานเงินค่าผาติกรรมมัสยิดให้แก่กรมศาสนาผ่านทางกระทรวงมหาดไทยถึงผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวนเงิน 42,935 บาท มัสยิดท่าช้างจึงได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์


วัดพระเงิน (เจดีย์ยักษ์) หนึ่งในพื้นที่ซึ่งกรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงประทานให้เป็นตัวเลือกในการสร้างมัสยิดหลังใหม่

เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จประพาสเมืองนครศรีธรรมราชและเสด็จพระราชดำเนินผ่านมัสยิดในปี 2502 ทางคณะกรรมการมัสยิดจึงทูลเชิญเสด็จเข้ามายังมัสยิดและทูลเชิญนั่งบนมิมบัร (แท่นแสดงธรรม) อีกด้วย

การย้ายมัสยิดกลายเป็นโรงเรียนวัด และการใช้พื้นที่วัดร้างสร้างเป็นมัสยิดจึงแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างหลากหลายและการอยู่ร่วมกันของสังคมพหุศาสนาในนครศรีธรรมราชในสมัยอดีต

ที่มา: ป้ายแสดงประวัติมัสยิดซอลาฮุดดีน ใน มัสยิดซอลาฮุดดีน จังหวัดนครศรีธรรมราช

http://www.archae.su.ac.th/art_in_south/index.php/collections/nakaornsrithammarat/item/32-chedi-yak-001.html

cr เพจ ประวัติศาสตร์สามัญชนไทย

Advertisements

About Tangnam News

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in อื่นๆ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s