ผู้นำศาสนาอินโด ฯ ขัดแย้งเรื่อง ออกฟัตวาห้ามแพร่ข่าวเท็จ 


สภาอุละมะอฺสูงสุดของอินโดนีเซีย กำลังเตรียมออกคำฟัตวาห้ามแพร่กระจายข่าวเท็จ หรือข่าวลือ ทางอินเตอร์เน็ต โดยย้ำเตือนถึงความห่วงใยว่า การแพร่กระจายสิ่งที่ไม่เป็นความจริงจะเท่ากับสร้างการยั่วยุ และความตึงเครียดทางศาสนาระหว่างคนกลุ่มต่างๆ ในอินโดนีเซีย


สมาชิกระดับเยาวชนขององค์กรมุฮัมมาดิยะฮ์ (Pemuda Muhammadiyah) ซึ่งเป็นองค์กรศาสนาที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอินโดนีเซีย ได้นำแนวความคิดนี้ไปขยายผล โดยมุ่งหวังจะระงับการแพร่กระจายข่าวเท็จที่กุขึ้นในช่วงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอินโดนีเซีย


อับรอ อาซิซ (Abrar Aziz) ประธานกลุ่มเยาวชนมุฮัมมาดิยะฮ์ กล่าวว่า อิสลามถือว่าการใส่ร้ายผู้อื่นเป็นบาปใหญ่ และเป็นเรื่องน่าหนักใจ ที่ทุกวันนี้ เยาวชนหนุ่ม-สาว เข้าไปมีส่วนร่วมในการกระพือข่าวเท็จทางอินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอในการออกฟัตวา คงต้องส่งให้อุละมะอฺระดับสูงขององค์กรเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ หลังจากนั้น คงเป็นเรื่องที่สภาอุละมะอฺอินโดนีเซีย (MUI) อาจจะเข้ามาเสริมเพื่อให้เกิดความชอบธรรมแก่ฟัตวาดังกล่าว ให้เป็นที่ยอมรับทั่วประเทศ


ยูนาฮาร์ อิลยาส (Yunahar Ilyas) รองประธานสภาอุละมะอฺ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ MUI จะประกาศฟัตวาห้ามการแพร่กระจายข่าวเท็จทางอินเตอร์เน็ท ในเร็วๆ นี้ 


กลุ่มมุสลิมเล็งเห็นว่า ข้อมูลและกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมสื่ออิเล็คโทรนิกของอินโดนีเซีย ไม่ทันสมัยและไม่ครอบคลุมเพียงพอที่จะหยุดยั้งการแพร่กระจายข่าวเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ได้ ทั้งนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียยังไม่ได้มีการตั้งหน่วยงานด้านไซเบอร์ขึ้น แม้จะมีการพูดถึงเรื่องนี้กันมาก และมีการประกาศการจัดตั้งตั้งแต่ปี 2014 ก็ตาม


อาซิซ ยังกล่าวว่า ถ้ากฎหมายไม่สามารถรับมือกับการแพร่ข่าวเท็จได้แล้ว ก็คงต้องให้ผู้นำศาสนาเข้ามาจัดการสร้างความเข้มแข็งทางศีลธรรมในสังคม เพราะเชื่อว่า มุสลิมส่วนมากในอินโดนีเซียยังคงมีความเคร่งครัดในศาสนา


อย่างไรก็ตาม มุฮัมมัด ชาฟีย์ อาลิเอลฮา ผู้อำนวยการฝ่ายออนไลน์ ขององค์กร นะฮ์ดละตุ้ล อุละมะอฺ (Nahdlatul Ulama – NU) ซึ่งเป็นองค์กรศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย กล่าวแสดงความไม่เห็นด้วยกับการออกฟัตวา เนื่องจากมุสลิมทุกคนรู้อยู่แล้วว่า อิสลามห้ามการใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น และยังมีการระบุในอัล-กุรอาน 


ไม่มีใครรับรองได้ว่าผู้คนจะเชื่อฟังคำฟัตวา ส่วนหนึ่งเพราะไม่ได้มีลักษณะเป็นกฎหมายที่จะมีบทลงโทษถ้าไม่เชื่อฟัง และ MUI ก็ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐบาล หลายครั้งที่ ฟัตวาของ MUI ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่มีสาระ ไม่มีความสำคัญ เช่น ฟัตวาเรื่องวันวาเลนไทน์ หรือเรื่องโปแกมมอน เป็นต้น 

ข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาด้านสื่อสังคมออนไลน์ ‘We Are Social’ ในลอนดอน เปิดเผยว่า อินโดนีเซียมีจำนวนผู้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตประมาณ 132 ล้านคน ในจำนวนนี้ 106 ล้านคน เล่นโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ก และทวิตเตอร์


ครั้งหนึ่ง จาการ์ต้า เคยได้ชื่อว่าเป็น “นครหลวงแห่งทวิตเตอร์ของโลก” เนื่องจากมีผู้ใช้ทวิตเตอร์เป็นจำนวนมากนั่นเอง

http://www.scmp.com/week-asia/politics/article/2081803/would-fatwa-stop-indonesias-fake-news

http://www.scmp.com

Advertisements

About Tangnam News

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in อื่นๆ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s