ประเด็นร้อน…เรื่องธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย


DR..VINAI DAHLAN

   บินกลับจากชิคาโก 19 ชม. เพิ่งถึงกรุงเทพฯ เห็นประเด็นเรื่องการเสนอปิดธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เรื่องนี้ผมเคยอภิปรายค้านในสภา สปช. เมื่อกลาง พ.ศ.2558 มาแล้ว ครั้งนั้นจากการศึกษาของทีมเศรษฐกิจมีข้อแนะนำให้ปิดเนื่องจากมีผลประกอบการขาดทุนกว่า


สี่หมื่นล้านหากจำไม่ผิด เหตุผลที่ค้านเนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ปัญหาของไอแบงค์ที่ทางทีมเศรษฐกิจสรุปว่ามาจากการใช้ผู้บริหารที่ขาดประสบการณ์ บางส่วนมีปัญหาทุจริต มีการเมืองแทรก มีการแสวงประโยชน์ตามผลการตรวจสอบ คงไม่มีใครขัดแย้ง ปัญหานั้นก็ต้องไปว่า


ทางกฏหมาย ทว่าหากดูประเด็นอื่นเห็นว่าไอแบงค์ซึ่งเป็นธนาคารพิเศษกลับต้องเดินตามกติกาของธนาคารปกติ เกิดความเสียเปรียบเรื่องนี้ต้องแก้ไขในข้อกฎหมายซึ่งไม่เคยทำ


ประเด็นที่ว่าไอแบงค์ไปเปิดสาขาแข่งกับธนาคารปกติในพื้นที่ที่มีมุสลิมน้อย ผมว่าธุรกิจธนาคารเป็นเรื่องการแข่งขันด้านบริการ 


ไอแบงค์ให้บริการที่แตกต่างหากกฎหมายเอื้อ.      ไอแบงค์จะบริการอย่างมีประสิทธิภาพกว่าเนื่องจากมิได้มีประเด็นเรื่องดอกเบี้ยแต่เป็นการปันประโยชน์ กฎหมายที่ไม่เอื้อกลายเป็นว่าไอแบงค์ถูกลดแต้มต่อ แข่งอย่างไรก็แพ้ เรื่องการเปิดสาขาในเขตที่ไม่มีมุสลิมไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะธนาคารอิสลามไม่มีข้อห้ามว่าคนไม่ใช่มุสลิมทำธุรกรรมกับธนาคารอิสลามไม่ได้ อย่าสับสนในเรื่องนี้


ธนาคารอิสลามในยุโรป อเมริกาเหนือที่มีกฎหมายเอื้อต่อการแข่งขันไม่เสียเปรียบธนาคารระบบดอกเบี้ยมีผลประกอบการได้กำไรทุกแห่งกระทั่งธนาคารทั่วไปขอเปิดวินโดว์ระบบการเงินอิสลาม แต่ไอแบงค์กลับขาดทุน เมื่อแก้ปัญหาทุจริต ความไม่โปร่งใสก็ต้องแก้ไขข้อกฎหมายให้ไอแบงค์แข่งได้เหมือนธนาคารอิสลามในต่างประเทศด้วย


อีกประเด็นหนึ่งคือ  บอร์ดชารีอะห์ที่ขาดอำนาจการตัดสินใจเป็นเพียงบอร์ดที่ปรึกษาที่ลักปิดลักเปิด ปรึกษาบ้างไม่ปรึกษาบ้าง ประเด็นที่ผู้บริหารไม่ใช่มุสลิมไม่ใช่ปัญหาหากบริการถูกต้อง แต่ถูกต้องหรือไม่ต้องฟังบอร์ดชารีอะห์ โครงสร้างการบริหารจึงต้องปรับ


อีกประเด็นหนึ่งคือการใช้ชื่อธนาคารอิสลามซึ่งอันที่จริงไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อนี้แต่เมื่อใช้แล้วก่อความเสียหายจนต้องปิด ความเสียหายกระทบต่อชื่ออิสลามซึ่งไม่เป็นธรรม เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เมื่อปิดไปแล้วเปิดอีกครั้งได้ยาก ในขณะที่ระบบธนาคารและการเงินอิสลามกำลังเป็นทางเลือกใหม่ในหลายประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม ความเสียหายสำหรับการปิดจึงมากกว่าที่เคยประเมินไว้ ทั้งภาพลักษณ์ ค่าเสียโอกาส และอีกสารพัด


เขียนขณะนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ได้แค่นี้ก่อนครับ

CR.DR..VINAI DAHLAN


ข่าวที่เกี่ยวเนื่อง

คลังชง ครม.ล้างขาดทุน “ไอแบงก์” โยกหนี้เสียให้ IAM -ใส่เงินใหม่อีก 1.8 หมื่นล้านบาท
คลังชง ครม.ลดมูลค่าหุ้นไอแบงก์เหลือ 1 สตางค์ ก่อนถมเพิ่มทุน 1.8 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2560 โยกหนี้เสีย 5 หมื่นล้านบาทให้ IAM บริหารแทน เพื่อเคลียร์เงินกองทุนไม่ให้ติดลบ ก่อนดึงพันธมิตรต่างชาติร่วมทุน
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 60 ประชาชาติออนไลน์รายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ขณะนี้คืบหน้า โดยไอแบงก์ได้ประชุมผู้ถือหุ้นและมีมติเห็นชอบเกี่ยวกับการโอนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPF) ของลูกค้าที่ไม่ใช่มุสลิมไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IAM) บริหารต่อ และกระทรวงการคลังได้เสนอเรื่องถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว น่าจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเร็ว ๆ นี้
“ส่วนเรื่องเพิ่มทุนให้ไอแบงก์ไม่ได้มีปัญหาอะไร รอแค่จังหวะเท่านั้น แต่ก็ชัดเจนขึ้น ลำดับต่อไปเหลือเรื่องการหาพันธมิตรมาร่วมลงทุน”
นายเอกนิติกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ NPF เพิ่มขึ้นในช่วงที่อยู่ระหว่างแผนฟื้นฟู เท่าที่ทราบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากลูกหนี้รายใหญ่ 2 ราย มูลหนี้หลักร้อยล้านบาท ซึ่งแบงก์กำลังแก้ไขอยู่
ขณะที่แหล่งข่าวจากไอแบงก์เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เสนอรายละเอียดการเพิ่มทุน 18,000 ล้านบาท ให้แก่ไอแบงก์ภายในปี 2560 นี้ไปที่ ครม.แล้ว จะมีการพิจารณาสัปดาห์นี้ หรือหากไม่ทันจะเป็นสัปดาห์หลังเทศกาลสงกรานต์ ก่อนหน้านี้ เมื่อ 30 มี.ค. 2560 ไอแบงก์ได้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2560 โดยที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการลดทุน เพิ่มทุน และโอนหนี้ NPF
“การลดทุนจะมีการลดมูลค่าหุ้นจาก 10 บาท เหลือ 1 สตางค์ เพื่อล้างขาดทุนสะสม จากนั้นจะเพิ่มทุน 18,000 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังรายเดียวเพื่อให้เงินกองทุนของธนาคารไม่ติดลบ ซึ่งการเพิ่มทุนจะมีวงเงินที่รัฐบาลเคยอนุมัติไว้ 2,500 ล้านบาท ที่ปัจจุบันยังเหลือ 2,000 ล้านบาท และเงินจากกองทุนพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (กองทุน SFIs) ในส่วนที่เหลือ สำหรับเงินจากกองทุน SFIs น่าจะเข้ามา 2 รอบ แต่ทั้งหมด 18,000 ล้านบาท จะเกิดขึ้นภายในปี 2560”
สำหรับการเพิ่มทุนโดยกระทรวงการคลังนั้น จะต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อปลดล็อกชั่วคราวให้คลังถือหุ้นไอแบงก์เกิน 49% ได้ อาจเสนอใช้มาตรา 44 หรือเสนอแก้กฎหมายตามกระบวนการปกติ แต่ขอให้เป็นวาระเร่งด่วน และให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาผ่านกฎหมาย 3 วาระรวดก็ได้
“หลัง ครม.เห็นชอบ และมีการเพิ่มทุนเรียบร้อยแล้ว น่าจะมีพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งกระบวนการเพิ่มทุนกับการแก้ไขกฎหมายจะเดินควบคู่กันไป”
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า เมื่อ ครม.เห็นชอบตามข้อเสนอ ไอแบงก์จะโอนหนี้ราว 50,000 ล้านบาท มูลค่าทางบัญชีประมาณ 22,900 ล้านบาท (ตัดบัญชี ณ 31 ธ.ค. 2559) ไปให้ IAM โดย IAM จะออกพันธบัตรมาแลกหนี้ก้อนดังกล่าวโดยคลังไม่ต้องค้ำประกันให้แต่อย่างใด
นอกจากนี้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังได้เลือกตั้งกรรมการคนใหม่แทนกรรมการธนาคารที่ลาออก 1 ตำแหน่ง โดยมีมติเลือกนางสาวอังคณา สวัสดิ์พูน ที่ปรึกษาธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นกรรมการธนาคาร แทนนายวิทยา ฉายสุวรรณ ที่ลาออกไป
 

ข่าวที่เกี่ยวเนื่อง

นายกฯ สั่งตีกลับข้อเสนอปรับโครงสร้าง “ไอแบงก์”

นายกฯ สั่งตีกลับข้อเสนอปรับโครงสร้าง “ไอแบงก์” ระบุต้องหามาตรการที่รัดกุมว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร
ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า วานนี้ (18 เม.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า วันนี้รัฐบาลมุ่งหน้าแก้ไขและฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจ ซึ่งปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนี้ แต่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่ตนเข้ามาเป็นรัฐบาล ถึงวันนี้ตนใช้เวลา 3 ปี ในการแก้ไขปัญหามาตลอด ยอมรับว่าหนักเพราะหนี้เยอะ เนื่องจากมีทั้งรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน รายได้น้อยไม่เพียงพอ ส่วนวันนี้ข้อเสนอเรื่องขออนุมัติปรับโครงสร้างทางการเงินของธนาคารอิสลามแห่งประเทศชาติ (ไอแบงก์) ตนขอให้ไปหามาตรการที่เหมาะสมก่อน
นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า ทุกเรื่องต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งหมด เช่น ปล่อยกู้เงินผิดประเภทที่ทำให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้น ซึ่งมาตรการที่เหมาะสมมี 2 ทาง คือ ปล่อยให้ล้มไปเลยโดยรัฐบาลต้องรับผิดชอบ แต่หากล้มไปผู้ที่ทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษ ซึ่งจะดำเนินการคดีฟ้องร้องกันก็ว่ากันไป แต่ถึงอย่างไรรัฐบาลก็ต้องจ่ายเงิน กับอีกทางคือช่วยให้อยู่ต่อได้ ซึ่งต้องใช้เงินเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะแก้ทางไหนก็ต้องเสียเงินอยู่ดี
ขอเรียนว่าไอแบงก์ถือเป็นสัญลักษณ์แล้วหากจะให้เฉพาะชาวมุสลิมอย่างเดียวก็จะไม่พอเพียงต่อการบริหาร เราจึงต้องไปหามาตรการที่รัดกุมว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ใครจะกู้ได้บ้าง และกู้ได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาไม่มีระบบอะไรเลย ยืนยันว่าคนรับผิดชอบก็คือรัฐบาลแต่เราต้องหาคนมารับผิดชอบในเชิงกฎหมายซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ นายกฯ ระบุ

Advertisements

About Tangnam News

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in อื่นๆ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s