เพราะไม่สอนให้คิดวิเคราะห์… สังคมจึงหยุดนิ่ง….. บทวิพากษ์การศึกษาไทยและสังคมมุสลิม


Dr.Winai Dahlan

คัมภีร์อัลกุรอานในศาสนาอิสลามแบ่งกระบวนการคิด (Thinking) ไว้อย่างน้อยสองระดับคือคิดทั่วไป (Thinking) หรือافتكار (อิฟติกัร) ในภาษาอาหรับกับคิดอย่างลึกซึ้ง (Thinking deeply) หรือ تفكر (ตะฟักกูร) ในภาษาอาหรับ อย่างหลังนี้คือคิดอย่างตรึกตรอง คิดเป็นขั้นตอน พินิจพิเคราะห์ หรือคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking) เป็นเพราะอิสลามสอนอย่างนี้ ในอัลกุรอานจึงเจอคำว่าจงคิดทบทวน หรือตรึกตรองหรือคิดวิเคราะห์อยู่บ่อยๆ อย่างเช่นที่พบในอัลกุรอานวรรคที่ 2:164, 3:191, 7:176, 7:184, 16:69, 30:8, 59:21 เป็นต้น


เหตุที่เอาเรื่องการคิดวิเคราะห์มากล่าวถึงก็เพราะพักหลังๆในที่ประชุมคณะกรรมาธิการการศึกษาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) พูดคุยกันเรื่องนี้อยู่บ่อย ในกระทรวงศึกษาธิการเองก็ถกเรื่องนี้กันมากเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าการขาดการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนไทยเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การศึกษาไทยหยุดนิ่งพัฒนาไปได้ไม่ถึงไหน โทษเด็กก็ไม่ได้ จำเป็นต้องโทษระบบการศึกษาที่สอนเรื่องการท่องจำเป็นหลัก ไม่สอนให้นักเรียนรู้จักการคิดวิเคราะห์ เด็กไทยถามไม่เป็นหรือไม่กล้าถาม แย่ยิ่งกว่านั้นคือห้ามถาม ต้องเชื่อฟังอย่างเดียว ประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษากว่าครึ่งล้านล้านบาท ลงทุนสูงเป็นอันดับสองในโลก แต่กลับได้ผลสัมฤทธิ์แทบจะต่ำที่สุด ปัญหาการขาดการสอนแบบคิดวิเคราะห์จึงเป็นประเด็นสำคัญ วิธีแก้ปัญหาจึงควรเป็นการสอนแบบ Active learning แปลกันง่ายๆคือสอนให้เรียนแบบคิดวิเคราะห์นั่นเอง

ผมแจงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่าโลกอิสลามในอดีตเคยก้าวหน้าอย่างมาก เป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสียด้วยซ้ำ เชื่อว่าสังคมไทยเองก็เคยรุ่งเรืองมานาน วันนี้ทั้งสองสังคมกำลังเจอปัญหาเดียวกันคือหยุดนิ่งและบางครั้งถดถอย อาจเป็นเพราะทั้งโลกอิสลามและสังคมไทยหยุดกระบวนการสอนให้คนในสังคมรู้จักคิดวิเคราะห์ ขาดการวิพากษ์ สังคมไทยคุ้นชินกับระบบอุปถัมภ์ คนในระดับผู้ใต้บังคับบัญชา ชาวบ้าน รวมทั้งนักเรียนกลายเป็นคนระดับล่างที่ต้องฟัง ขาดการแสดงความคิดเห็น ขณะที่สังคมมุสลิมระยะหลังถูกสอนให้เชื่อโดยขาดการคิดวิเคราะห์ ขาดการวิพากษ์ ซึ่งแตกต่างจากระบบการศึกษาของโลกอิสลามในอดีตที่เคยก้าวหน้าอย่างมาก ในข้อเท็จจริงอิสลามสอนให้คิดวิเคราะห์ การสอนอย่างผิดๆโดยสร้างระบบอุปถัมภ์ขึ้นมาเช่นนี้เองอาจเป็นเหตุผลให้ทั้งสองสังคมหยุดนิ่ง ขาดการพัฒนา จึงจำเป็นจะต้องนำเรื่องกระบวนการเรียนการสอนมาพิจารณากันใหม่


ก่อนเดินทางไปชิคาโก สหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมมีโอกาสบรรยายคู่กับนักวิชาการศาสนาอิสลามท่านหนึ่ง ผมยกตัวอย่างว่าท่านนบีมูฮำมัด (ซ.ล.) แม้จะขาดการศึกษา อ่านหนังสือไม่ออกทว่าท่านเป็นนักคิด และสิ่งที่พบคือท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ มีวิธีคิดที่เป็นระบบ ผมไม่พูดเปล่ายังเขียนหนังสือไว้ด้วยเรื่องนบีมูฮำมัด (ซ.ล.) นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก และความเป็นนักวิทยาศาสตร์ของท่านนบีมูฮำมัด (ซ.ล.) นั่นเองที่กลายเป็นรากฐานในการพัฒนาศาสตร์ต่างๆทางด้านคณิตศาสตร์และศาสตร์อื่นๆในโลกอิสลาม ปรากฏว่านักวิชาการศาสนาอิสลามท่านนั้นเตือนว่าท่านนบีทำทุกอย่างตามการชี้นำหรือดลใจของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) จะเที่ยวคิดว่าท่านนบีเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ได้ ผมตอบไปว่าหากเรามองท่านนบีเป็นมนุษย์ซึ่งอัลกุรอานระบุไว้เช่นนั้น โดยมีสุข มีทุกข์ มีสมหวัง ผิดหวัง เราจะเห็นอัจฉริยภาพในความเป็นนบีมูฮำมัด (ซ.ล.) อย่างมากและเราจะรักท่านนบีมากกว่าที่เป็นอยู่ 

เมื่อออกจากกรุงเทพฯไปชิคาโก ผมพกคำถามไปด้วยว่าอิสลามห้ามการคิดวิเคราะห์ หรือคิดเชิงวิพากษ์แล้วหรืออย่างไร เมื่อไปถึงชิคาโกสิ่งที่ผมทำคือเที่ยวหาซื้อหนังสืออิสลามภาคภาษาอังกฤษว่าด้วยการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ปรากฏว่าผมหาซื้อได้มากถึง 40 เล่ม ว่ากันด้วยเรื่องคำสอนในอิสลามซึ่งเน้นการคิดวิเคราะห์และวิพากษ์ ตอนนี้จึงมีคำตอบให้กับทั้งสังคมไทยและสังคมมุสลิม เป็นไปได้ไหมหากจะสอนให้คนในทั้งสองสังคมรู้จักการวิพากษ์และคิดวิเคราะห์ เราน่าจะขับเคลื่อนสังคมของเราให้หลุดออกจากสภาวะการหยุดนิ่งได้ ผมคิดของผมอย่างนั้น

Advertisements

About Tangnam News

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in อื่นๆ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s