ใครจะเป็นรายต่อไป ? กับนโยบายของสหรัฐฯในตะวันออกกลาง


จาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์นั้น เป็นชาวยิวแบบออโธด็อกซ์ (Orthodox Jew) และเวลานี้เขาได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าที่ปรึกษาด้าน “สันติภาพ” ในตะวันออกกลางของทำเนียบขาว 

ข้อวินิจฉัยพื้นฐานของคุชเนอร์ ซึ่งก็เป็นนโยบายของสหรัฐฯในตะวันออกกลางในปัจจุบันด้วย กำหนดให้ใช้แนวทางวิธีการแบบ “จากด้านนอกเข้าไปสู่ข้างใน” (from the outside-in) ในการสร้างสันติภาพขึ้นในตะวันออกกลาง กล่าวคือ ให้มีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างพวกรัฐอาหรับต่างๆ กับอิสราเอล เพื่อทำให้เกิดมิตรไมตรีและความสัมพันธ์ทางการทูตแบบใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็จะมีผลเป็นการช่วยเหลือให้การปรองดองรอมชอมระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอลบังเกิดความคืบหน้าได้ 


แนวทางวิธีการเช่นนี้กำลังเข้าแทนที่แนวทางวิธีการ “จากข้างในออกสู่ด้านนอก” (inside-out) ที่เคยใช้กันมาแต่ดั้งแต่เดิมยาวนาน ซึ่งให้ความสำคัญอันดับแรกแก่สันติภาพระหว่างชาวปาเลสไตน์กับชาวอิสราเอล โดยถือเป็นก้าวเดินก้าวแรกที่จำเป็นต้องเดิน จึงจะสามารถอำนวยความสะดวกช่วยเหลือให้ยุติความขัดแย้งระหว่างโลกอาหรับกับอิสราเอลได้

ภารกิจของทรัมป์ในการเดินทางไปเยือนกรุงริยาดเมื่อเดือนที่แล้วนั้นเป็นไปตามการเรียกร้องของอิสราเอลผู้ซึ่งกำลังพยายามผลักดันแนวการเล่าเรื่องที่ระบุว่า ความหวาดกลัวอิหร่านจนถึงขั้นเป็นตายในเวลานี้ กำลังนำพาให้เหล่าผู้ปกครองราชาธิปไตยอาหรับในแถบริมอ่าวเปอร์เซียกับอิสราเอลเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ 


แน่นอนทีเดียวว่า อิสราเอลกำลังดีดลูกคิดรางแก้วคาดคำนวณว่า เมื่อมีการทำสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างพวกระบอบปกครองอาหรับแถบอ่าวเปอร์เซียกับอิสราเอล (ในลักษณะเดียวกันกับสนธิสัญญาสันติภาพที่อิสราเอลได้ทำกับอียิปต์และกับจอร์แดนไปแล้ว) ในที่สุดแล้วก็จะเท่ากับทำให้อุดมการณ์การต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปเลย 

และแรงกดดันที่มีต่ออิสราเอลในเรื่องที่จะต้องผ่อนสั้นผ่อนยาวยอมตามความมุ่งมาดปรารถนาของชาวปาเลสไตน์ ตลอดจนเสียงเรียกร้องให้ปาเลสไตน์กลายเป็นรัฐเอกราชรัฐหนึ่งขึ้นมาอย่างแท้จริงนั้น ก็จะจางหายไปจนหมดสิ้น


**ขณะที่วิกฤตการณ์ซีเรียได้ตอกลิ่มทำให้เกิดความร้าวฉานระหว่างอิหร่านกับตุรกีนับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา ทว่าความแตกร้าวในระหว่างรัฐเจ้าอาหรับทั้งหลายลานี้ก็นำพาให้เตหะรานกับอังการาเข้ามาเป็น  ประติสัมพันเฉพาะกิจกัน 

สามารถที่จะกล่าวได้ว่า อิหร่านพยายามในการที่จะเอากลุ่มฮามาสกลับ  เข้ามาอยู่ใน “แกนอักษะแห่งการต่อต้าน” ของตน(ซึ่งได้ตัดสัมพันกันไปแล้ว)คือภัยคุกคามที่จะบ่อนทำลายแผนการเล่น (game plan) ซึ่งอิสราเอลกำลังพยายามผลักดันดำเนินการอยู่ (แผนการเล่นนี้มุ่งอาศัยเส้นสายของ คุชเนอร์ และ เจสัน กรีนแบลตต์ Jason Greenblatt ชาวยิวออโธด็อกซ์ อีกคนหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ในองค์การของทรัม


การรุกโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล-ซาอุดีอาระเบีย ต่อสิ่งที่พวกเขาระบุว่า “ลัทธิก่อการร้าย” นั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นเพียงโวหารสำหรับการเข้าโจมตีแบบเต็มๆ เข้าใส่กลุ่มภราดรภาพมุสลิม ด้วยการประทับตราให้กลุ่มนี้กลายเป็นองค์การ “ผู้ก่อการร้าย” โดยที่ตั้งจุดมุ่งหมายเอาไว้ว่าในที่สุดแล้วมันก็จะกลายเป็นการขับดันกลุ่มฮามาสให้ตกอยู่ในความโดดเดี่ยวทางการเมือง และดังนั้นก็จะทำให้ขบวนการต้านทานของชาวปาเลสไตน์ยิ่งกระจัดกระจายรวมตัวกันไม่ติดไปตลอดกาล


ตุรกีสังเกตเห็นแล้วว่า เมื่อสถานการณ์คลี่คลายจนมองเห็นอะไรๆ ได้อย่างชัดเจน ประเทศมุสลิมในตะวันออกกลางจำนวนมากก็แสดงความลังเลรีรอไม่ได้ปรารถนาที่จะเข้ามีส่วนในแนวร่วมต่อต้านกาตาร์ของซาอุดีอาระเบีย –ในจำนวนนี้ก็รวมถึงจอร์แดนด้วย ซึ่งยังคงแสดงท่าทีจับตามองสังเกตการณ์ และเพียงพึ่งพาอาศัยความเคลื่อนไหวแบบแลดูพอสวยงาม อันได้แก่การลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีอยู่กับกาตาร์ ทั้งๆ ที่จอร์แดนมีความจำเป็นมากที่จะต้องได้รับมิตรไมตรีจากซาอุดีอาระเบีย

       

       แน่นอน ทั้ง ตุรกี, อิรัก, เลบานอน, จอร์แดน, คูเวต, โอมาน, แอลจีเรีย, โมร็อกโก, ซูดาน, และตูนิเซีย ต่างพาตัวเองแยกห่างออกมาอย่างเปิดเผยจากยุทธศาสตร์ของฝ่ายซาอุดีอาระเบียในการโดดเดี่ยวกาตาร์ 

อันที่จริงแล้วตุรกีถึงขนาดประกาศอย่างแข็งแรงปฏิเสธไม่ยอมรับมาตรการที่ซาอุดีอาระเบียปิดล้อมคว่ำบาตรกาตาร์ทีเดียว — 

“เราจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องชาวกาตาร์ของเรา” ประธานาธิบดีแอร์โดอันกล่าวในงานเลี้ยงอาหารละศีลอดเมื่อคืนวันศุกร์ (9 มิ.ย.) ที่นครอิสตันบูล ขณะปราศรัยกับบรรดาสมาชิกในพรรคการเมืองของเขา


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ใช้วาระแถลงร่วมกับประธานาธิบดีโรมาเนียผู้มาเยือนทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ประกาศนโยบายเกี่ยวกับวิกฤตการณ์กาตาร์ โดยแสดงตัวชัดเจนกล่าวหาว่ากาตาร์เป็นรัฐที่อุปถัมภ์การก่อการร้าย อีกทั้งระบุว่ากาตาร์เป็นข้าศึกศัตรูรายหนึ่งของสหรัฐฯ รวมทั้งยังพูดเตือนอ้อมๆ ไปถึงประธานาธิบดีเรเจป แอร์โดอัน ของตุรกี ด้วยว่า เขาอาจจะเป็นรายต่อไป 

โดย เอ็ม เค ภัทรกุมาร       18 มิถุนายน 2560 22:29 น.Qatar crisis sets in motion realignments By M K Bhadrakumar 

ข้อเขียนชิ้นนี้มาจากบล็อก อินเดียน พันช์ไลน์) Abdulnaseed Poiknoy นำเสนอ

Advertisements

About Tangnam News

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in อื่นๆ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s