ผู้นำปาเลสไตน์พิจารณาถอนการรับรองรัฐอิสราเอล

http://www.aljazeera.com/news/2018/01/palestinian-leadership-revokes-recognition-israel-180116060200939.html

http://www.aljazeera.com

สภากลางขององค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ซึ่งเป็นสถาบันสูงสุดอันดับ 2 ที่ทำหน้าที่ในการตัดสินใจประเด็นต่างๆ ได้ให้คำแนะนำในการถอดถอนการรับรองรัฐอิสราเอล จนกว่าจะมีการรับรองสถานะความเป็นรัฐของปาเลสไตน๋ ตามขอบเขตดินแดนที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปี 1967 โดยมีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง

สำนักข่าวทางการปาเลสไตน์ วาฟา รายงานว่า ระหว่างการประชุมที่จัดขึ้นที่เมืองรามัลเลาะฮ์ ในเขตยึดครองเวสต์ แบ๊งค์ องค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ซึ่งอยู่ภายใต้ร่มของพรรคการเมืองหลักของชาวปาเลสไตน์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารทำการระงับการรับรองรัฐอิสราเอล จนกว่าฝ่ายอิสราเอลจะยอมรับรองรัฐปาเลสไตน์ ตามเขตดินแดนปี 1967 และให้เพิกถอนการตัดสินใจควบรวมเยรูซาเล็มตะวันออก รวมทั้งยุติการขยายสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับชาวยิว

ในแถลงการณ์ที่อ่านภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม PLO ระบุว่า ข้อตกลงที่ทำขึ้น ณ เมืองออสโล ในปี 1990 โดยมีอิสราเอลร่วมลงนามฝ่ายหนึ่ง ไม่มีผลอีกต่อไป และ PLO จะหยุดการประสานงานด้านความมั่นคงกับอิสราเอลในทุกรูปแบบ และเรียกร้องให้รัฐอาหรับทั้งหมด ตัดความสัมพันธ์กับรัฐใดก็ตามที่ให้การรับรองเยรูซาเล็ม ว่าเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล รวมทั้งการย้ายสถานทูตไปตั้งที่นั่น

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายพรรคการเมืองของปาเลสไตน์ ที่แสดงความคิดเห็นต่างในแถลงการณ์ร่วมนี้ โดยกล่าว่า ภาษาที่ใช้ในแถลงการณ์ยังมีความคลุมเครือ

โอมาร์ ชิฮาเดฮ์ ผู้นำพรรค PFLP กล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนในการตัดสินใจยุติสนธิสัญญาออสโล รวมทั้งการถอนการรับรองอิสราเอล และการยุติการประสานความร่วมมือด้านความมั่นคง และการกระทำใดๆ ที่มอบหมายให้ PLO ไปดำเนินการต้องใข้เวลาอีกระยะหนึ่ง

ในตอนเริ่มต้นการประชุม 2 วัน ประธานาธิบดีมะฮ์มู้ด อับบาส ได้วิจารณ์ข้อเสนอสันติภาพของประธานาธิบดีทรัมป์อย่างรุนแรง โดยว่าจะไม่ขอยอมรับแผนดังกล่าว และในแถลงการณ์ร่วมหลังเสร็จสิ้นการประชุม PLO ระบุว่า จะแสวงหาเส้นทางอื่นที่จะได้รับการรับรองจากนานาชาติ ภายใต้การอุปถัมภ์ขององค์การสหประชาชาติ ที่สนับสนุนการแก้ปัญหาปาเลสไตน์

หลังจากให้การรับรองในการมีอยู่ของรัฐอิสราเอล ในปี 1988, PLO และอิสราเอล ลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาออสโล ในปี 1993 และ 1995 โดยมีจุดประสงค์ที่จะนำไปสู่การก่อร่างสร้างรัฐอิสระปาเลสไตน์ โดยผ่านทางการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลของชาวปาเลสไตน์ ซึ่งก็คือ The Palestinian Authority (PA)

สนธิสัญญาออสโลดังกล่าวยังประโยชน์ให้กับอิสราเอลในการควบคุมเศรษฐกิจของปาเลสไตน์ รวมทั้งควบคุมพลเมือง และด้านความมั่นคง ในพื้นที่ 60 % ของเขตเวสต์ แบ๊งค์ และยังนำมาสู่ความขัดแย้งในการประสานงาน ด้านความมั่นคงระหว่างอิสราเอล กับ PA ด้วย

PA ระบุว่า คำตอบสำหรับความขัดแย้งที่มีมาตลอด 70 ปี คือ การจัดตั้งรัฐอิสระปาเลสไตน์ ที่มีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง แต่นับจากที่มีการลงนามในสนธิสัญญาออสโล การยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ของอิสราเอล ได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนยากที่ฝ่ายปาเลสไตน์จะดำเนินการตามแนวทางดังที่กำหนดไว้ได้

ปัจจุบัน ประชากรอิสราเอลระหว่าง 600,000 – 750,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 11 ของประชากรอิสราเอล อาศัยอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง โดยมีรัฐบาลขวาจัดของอิสราเอล พยายามสร้างแรงจูงใจ และสนับสนุนให้เข้าไปตั้งถิ่นฐานที่นั่น

Advertisements

About Tangnam News

ศูนย์รวมข่าวมุสลิมจากแหล่งข่าวต่างๆทั่วโลก
This entry was posted in อื่นๆ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s