สินค้าฮาลาลไทยเฮลั่น ! พร้อมลุยตลาดซาอุดิอาระเบียและกลุ่ม OIC 47 ประเทศ มูลค่ามหาศาล หลายแสนล้านบาท หลังถูกแบนมากว่า 30 ปี

สินค้าไก่และปศุสัตว์จากโรงเชือดฮาลาลของไทยและสินค้าแปรรูปที่เกี่ยวข้องทุกชนิดที่จะส่งไปยังซาอุดิอาระเบีย จะต้องไม่ช็อตให้สลบก่อนเชือดคือต้องเชือดสดๆ( non-stunning)และการส่งสินค้าฮาลาลไปแต่ละ Shipment จำเป็นต้องขอใบรับรองเฉพาะจากฝ่ายกิจการฮาลาลฮาลาลของไทย

“SFDA”หน่วยงานอาหารและยาซาอุฯจัดตั้ง Halal Center ให้ใบเซอร์ CICOT และขึ้นทะเบียนยอมรับสินค้าที่ได้รับการรับรองฮาลาลรวมทั้งเนื้อไก่และปศุสัตว์ฮาลาลที่ไม่เชือดโดยการช็อต non-stunning สามารถส่งออกไปยังประเทศซาอุดิอาระเบียได้แล้ว”

“ผู้ประกอบการไทยและผู้ส่งออกสินค้าฮาลาลไปยังประเทศซาอุดิอาระเบียเฮลั่น ! หลังกรรมการกลางฯ ผนึกกำลังสถาบันมาตรฐานฮาลาล ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลและฝ่ายกิจการฮาลาลยื่นขอขึ้นทะเบียนกับทางการซาอุดี้จนสำเร็จ ยอมเสียค่าธรรมเนียมเป็นแสน จนได้ใบเซอร์จากทาง Halal Center ซาอุดีอาระเบีย อนุญาตให้ส่งสินค้าฮาลาลทุกชนิด

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) ได้มอบหมายให้สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทยและฝ่ายกิจการฮาลาลและศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการยื่นเป็นสมาชิกกับหน่วยงานอาหารและยา (SFDA) ซึ่งดูแล Halal Center ประเทศซาอุดิอาระเบียที่กำกับดูแลเรื่องการนำเข้าสินค้าฮาลาล โดยเพิ่มชื่อ CICOT เป็นสมาชิกในฐานะเป็นหน่วยงานรับรองฮาลาล และเป็นผู้ออกเครื่องหมายรับรองฮาลาลของประเทศไทย ซึ่งเป็นเครื่องหมายเดียวที่ใช้ในการรับรองอาลาลของประเทศไทย รวมทั้งเครดิตที่ฮาลาลประเทศไทยได้เข้าไปเป็นสมาชิกองค์กรมาตรฐานฮาลาลของ OIC/SMIIC ทำให้เกิดความเป็นเอกภาพในการนำมาตรฐานการรับรองมาใช้ทั้งประเทศ ส่งผลให้เครื่องหมายรับรองฮาลาลของประเทศไทยผ่านหลักเกณฑ์ที่หน่วยงาน SFDA กำหนด ทำให้สามารถส่งออกสินค้าไปยังประเทศซาอุดิอาระเบียได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งนอกจากกรรมการกลางฯต้องเซ็นสัญญากับทาง SFDA ถึงกฏระเบียบและเงื่อนไขต่างๆแล้วซาอุดิอาระเบียยังได้ขอจดหมายจากคณะกรรมการกลางฯยืนยันสินค้าไก่และปศุสัตว์จากโรงเชือดของไทยและสินค้าแปรรูปที่เกี่ยวข้องทุกชนิดที่จะส่งไปยังซาอุดิอาระเบีย จะต้องไม่ช็อตให้สลบก่อนเชือดคือต้องเชือดสดๆ( non-stunning)ซึ่งทางเราก็ได้ยืนยันไป และได้แจ้งให้โรงงานทราบ และขณะนี้โรงงานต่างๆที่จะส่งสินค้าไปยัง UAE และซาอุดิอาระเบียก็ได้ปรับเปลี่ยน ตามมาตรฐานที่ทางกลุ่มตะวันออกกลางต้องการโดยได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจโรงงานต่างๆก่อนหน้านี้และขณะนี้เราได้มีการขึ้นทะเบียนโรงงานและโรงเชือดตามมาตรฐาน ของ UAE/ GSO , OIC/SMIICแล้วกว่า116 บริษัท

ในการเป็นสมาชิกจนได้รับการยอมรับจากมาตรฐาน UAE/ GSO , OIC/SMIICทางกรรมการกลางฯต้องเสียค่าสมาชิกและค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก แต่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและผู้ประกอบการ สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนตลอดมา

จากการที่สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยได้เป็นสมาชิกในหน่วยงาน SFDA นั้น เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับนโยบายที่นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐาน “ฮาลาล” ได้แจ้งการเป็นประเทศผู้นำในการผลิตและส่งออกสินค้าอาหารและผลผลิตเกษตรมาตรฐานฮาลาลสู่ตลาดเป้าหมายใหม่กลุ่มประเทศมุสลิม 2,000 ล้านคน และผู้บริโภคสินค้าฮาลาลที่ไม่ใช่มุสลิมทั่วโลก โดยในปี 2020 ตลาดอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลทั่วโลก มีมูลค่า 1,533,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (48,004,350 ล้านล้านบาท) และประเมินว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,285,190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 71,545,354 ล้านล้านบาท) ในปี 2026 และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% คิดเป็นมูลค่าเพิ่มปีละ 560 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (16.8 ล้านล้านบาท)

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยขอขอบพระคุณ หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่มีส่วนร่วมผลักดันจนทำให้การเป็นสมาชิกของหน่วยงานอาหารและยา ประเทศซาอุดิอาระเบียได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งจักทำให้สินค้าฮาลาลของไทยสามารถเข้าสู่ประเทศซาอุดิอาราเบียได้ และหวังว่าการดำเนินการในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ยกระดับการส่งออกของประเทศไทยดียิ่งขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) ร่วมกับสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการยื่นเป็นสมาชิกกับหน่วยงานอาหารและยา (SFDA) ประเทศซาอุดิอาระเบียที่กำกับดูแลเรื่องการนำเข้าสินค้าฮาลาล โดยเพิ่มชื่อ CICOT เป็นสมาชิกในฐานะเป็นหน่วยงานรับรองฮาคลาล และเป็นผู้ออกเครื่องหมายรับรองฮาลาลของประเทศไทย ซึ่งเป็นเครื่องหมายเดียวที่ใช้ในการรับรองฮาลาลของประเทศไทยและกำกับดูแลโดยองค์ศาสนา ทำให้เกิดความเป็นเอกภาพในการนำมาตรฐานการรับรองมาใช้ทั้งประเทศ ส่งผลให้เครื่องหมายรับรองฮาลาลของประเทศไทยผ่านหลักเกณฑ์ที่หน่วยงาน SFDA ซึ่งกำกับดูแล Halal Center กำหนด ทำให้สามารถส่งออกสินค้าไปยังประเทศซาอุดิอาระเบียได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยได้เป็นสมาชิกในหน่วยงาน SFDA ที่กำกับดูแล Halal Center และได้รับใบรับรองฮาลาล (Halal Certificate) เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิม (NON MUSLIM) ได้รับการรับรองให้สามารถส่งสินค้าที่ได้รับการรับรองฮาลาลจากสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยส่งเข้าไปขายในประเทศซาอุดิอาระเบียได้. โดยการส่งสินค้าฮาลาลไปแต่ละ Shipment จำเป็นต้องขอใบรับรองเฉพาะ ซึ่งไม่เหมือนประเทศใดๆที่ประเทศไทยเคยส่งออกสินค้าฮาลาลมาก่อน

“ขอบพระคุณหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐคือกระทรวงการต่างประเทศโดยสถานเอกอัครราชทูตนครริยาด กงศุลใหญ่นครเจ็ดดะห์ สำนักงานทูตพานิชนครเจดดะห์ กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้า ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งภาคเอกชน เช่นสมาคมผู้ส่งออกไก่ไทย ที่มีส่วนร่วมผลักดันจนทำให้ประเทศซาอุดิอาระเบียยอมรับระบบการรับรองฮาลาลของประเทศไทย ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถส่งสินค้าฮาลาลเข้าสู่ประเทศซาอุดิอาราเบียได้ และหวังว่าการดำเนินการในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ยกระดับการส่งออกของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น”

รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย หน่วยงานที่จัดตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี กล่าวในที่สุด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s