ทางการอินโดนีเซีย ใช้ผ้าคลุมรูปปั้นเทพเจ้าของจีน หลังมีการประท้วง


ผู้ประท้วงจากกลุ่มอิสลามสุดโต่ง และกลุ่มชาตินิยมในอินโดนีเซีย เรียกร้องให้รัฐบาลทำลายรูปปั้นเทพเจ้าจีนสูง 100 ฟุต ที่ตั้งอยู่ในเขตวัด ในเมืองสุราบายา

ท่ามกลางความตึงเครียดทางชาติพันธุ์ และศาสนาที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ กลุ่มมุสลิมข่มขู่ว่าจะทำลายรูปปั้นลง ทำให้รัฐบาลต้องกดดันให้เจ้าหน้าที่วัดใช้ผ้าขนาดใหญ่คลุมรูปปั้นดังกล่าวไว้ เชื่อว่า รูปปั้นดังกล่าวมีขนาดสูงที่สุดในบรรดารูปปั้นเทพเจ้าจีนที่มีอยู่ในภูมิภาคนี้


การรณรงค์ต่อต้านรูปปั้นนี้ เริ่มขึ้นทางสื่อสังคมออนไลน์ และแพร่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง รูปปั้นดังกล่าว คือเทพเจ้ากวนอู ซึ่งชาวจีนจำนวนมากนับถือ บูชาว่าเป็นเทพเจ้า หลังจากนั้น การต่อต้านได้ขยายตัว พุ่งเป้าไปยังประตูขงจื๊อ ของวัดจีนใน Tuban ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ฝั่งทะเลชวา ประตูนี้เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา 


ทั้งนี้ กลุ่มที่ยุยงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โจมตีว่า รูปปั้นเหล่านี้เป็นการดูหมิ่นศาสนาอิสลาม ประชาชนในท้องถิ่น และกลุ่มม๊อบพากันรวมตัวนอกศาลเขตชวาตะวันออก ในเมืองสุราบายา และเรียกร้องให้ทำลายลง

ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา รูปปั้นทั่วอินโดนีเซีย ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกหลักศาสนาอิสลาม ได้ถูกทำลายลง หรือทำให้แปดเปื้อน และวัดจีนหลายแห่งถูกลอบวางเพลิง


เจ้าหน้าที่สำนักทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้เรียกร้องเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น อย่ายอมตามความต้องการของผู้ประท้วง ซึ่งพยายามกดดันให้ทำลายรูปปั้นดังกล่าว นายเตเตน มัสดูกี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบ กล่าวว่า ทางการไม่ควรก้มหัวให้กับการกดดันที่ไม่ถูกต้อง


รูปปั้นเทพเจ้ากวน อู เพิ่งนำมาติดตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา

http://www.breitbart.com/national-security/2017/08/11/muslim-majority-indonesia-covers-tallest-statue-of-chinese-god-following-protests/

http://www.breitbart.com

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

“รวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9


ทรงพระเจริญ “งานรวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560”


วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2560 เวลา 09.12 น. พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร (รองนายกรัฐมนตรี) เป็นประธานในพิธีเปิดงานรวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560 พร้อมด้วย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ (รัฐมนตรว่าการกระทรวงวัฒนธรรม) , อ.มับรูก บุญมาเลิศ (ผู้แทน ฯพณฯ จุฬาราชมนตรี) , ผู้นำศาสนาทั้ง 5 ศาสนา ประกอบด้วย พุทธ , คริสต์ , อิสลาม , พราหมณ์ – ฮินดู และ ซิกข์ , นายปรีดา เชื้อผู้ดี (ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี/นายก อบต.ท่าอิฐ) และบรรดาแขกผู้มีเกียรติทั้ง 5 ศาสนา เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสามัคคีของคนไทย ที่ถึงจะต่างศาสนาแต่ก็เป็นคนไทยด้วยกัน อยู่ด้วยกันแบบพหุวัฒนธรรมไม่แบ่งแยกศาสนา ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร


CR.นายปรีดา เชื้อผู้ดี

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

UKM เซ็นต์เอ็มโอยู ช่วยปอเนาะบ้านตาลถ่ายทอดภาษามลายู เสริมสร้างความเข้มแข็งความรู้ของเยาวชนมุสลิมไทย

วันที่ 13 สิงหาคม ที่ปอเนาะบ้านตาล จ.นครศรีธรรมราช ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซีย(UKM)กับโรงเรียนประทีปศาสน์ (ปอเนาะบ้านตาล) มีดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เป็นสักขีพยานความร่วมมือ โดยดร.อิมราน บิน อับดุลเลาะฮ์ รองอธิการบดี UKM และอ.พงศ์ศิลป์ พิศสุวรรณ ผู้ได้รับใบอนุญาตโรงเรียน ประทีปศาสน์ เป็นตัวแทนของลงนาม


คณาจารย์จาก UKM จำนวน 12 คน นำโดยรองอธิการบดี เดินทางมาจากมาเลเซียมายังปอเนาะบ้านตาลเพื่อลงนามความร่วมมือในข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งนับเป็นข้อตกลงในการให้ความร่วมมือ การช่วยเหลือปอเนาะบ้านตาลในการเรียนการสอนภาษามลายู ภาษาอังกฤษและวิชาการอื่นๆ


“ปอเนาะบ้านตาล” ก่อตั้งโดยตระกูล “พิศสุวรรณ”ตั้งแต่ปี 2484 เพื่อสอนด้านศาสนาอิสลามแก่เยาวชนมุสลิมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและใกล้เคียง ต่อมาได้จดทะเบียนยกฐานะเป็นโรงเรียนสอนและบูรณาการทั้งศาสนาและสามัญ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 และระดับอาชีวะศึกษา ปัจจุบันมีนักเรียนประมาณ 1,700 คน ทั้งหมดเป็นนักเรียนประจำ


ขณะที่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซียก่อตั้งเมื่อ 1974 ตั้งอยู่ในกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เปิดสอน 13 คณะ มีนักศึกษามากกว่า 28,000 คน คณาจารย์กว่า 3,000 คน เจ้าหน้าที่อีกนับ 10,000 คน ได้ระบุในคำขวัญว่า เป็น “ผู้พิทักษณ์อัตลักษณ์มลายู” มีนักศึกษาไทยเรียนอยู่ประมาณ 50 คน เพิ่งมีโครงการแลกเปลี่ยนนำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปีละ 10 คนไปเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมมลายูที่มาเลเซีย เมื่อปี 2560


ในความร่วมมือระหว่าง UKM กับปอเนาะบ้านตาล ทาง UKM จะให้ความช่วยเหลือโรงเรียนประทีปศาสน์ในการถ่ายทอดภาษามลายู โดยUKM จะกลับไปจัดทำหลักสูตรภาษามลายู ภาษาอังกฤษ วัฒนธรรม เพื่อมาสอนคณะครูโรงเรียนประทีปศาสน์ในระยะแรก ก่อนจะขยายไปยังนักเรียนต่อไป รวมทั้งจะส่งอาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่สนใจเข้ามาทำวิจัยและถ่ายทอดความรู้ให้กับโรงเรียนประทีปศาสน์ และชุมชุนมุสลิมในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย


ทั้งนี้ ภาษามลายู เป็นภาษาที่มีความสำคัญในอาเซียน ในจำนวนประชากรประมาณ 600 ล้านคนของอาเซียนมีจำนวนประมาณ 300 ล้านคน พูดภาษามลายูหรืออินโดนเชียเรียกว่า “บาฮาซา” การมีความรู้ด้านภาษามลายูจึงเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนบ้าน ซึ่งจะมีประโยชน์ทั้งในด้านสังคม ด้านธุรกิจและความร่วมมือด้านต่างๆ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศไทยในการการท่องเที่ยว การค้า และอื่นๆในประชาคมอาเซียน

CR.หนังสือพิมพ์  mtoday

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ตุรกียุติสนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรีย ทีท่าใหม่ที่แสดงความเป็นมิตร


Musa Ozugurlu นักวิเคราะห์ด้านการเมือง และนักหนังสือพิมพ์ชาวตุรกี รายงานอ้างแหล่งข่าวในกลุ่มพันธมิตรว่า ตุรกีตัดสินใจยุติการสนับสนุนพันธมิตรกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรีย หรือกองกำลังพันธมิตรแห่งชาติเพื่อการปฏิวัติซีเรีย ซึ่งรวมถึงกลุ่มต่อต้านต่างๆ ที่ต่อสู้ในความขัดแย้งกับรัฐบาลซีเรียแล้ว ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ในระดับปกติของทั้ง 2 ประเทศกลับคืนมา


กลุ่มพันธมิตรแนวร่วมแห่งชาติซีเรีย ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดยได้รับเงินสนับสนุนจากตุรกีปีละ 320,000 ดอลล่าร์ ซึ่งนักวิเคราะห์ มูซา กล่าวว่า การตัดสินใจยุติการสนับสนุนนี้ ได้รับแรงกระตุ้นจากการที่ ตุรกีเห็นว่า กลุ่มพันธมิตรแนวร่วมแห่งชาติซีเรีย ดีแต่พูดในที่ประชุมแถลงข่าวเท่านั้น แต่ไม่มีผลงานการปฏิบัติในแนวรบจริง ทำให้ตุรกีไม่เต็มใจที่จะสนับสนุนอีกต่อไป มูซายังชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันกลุ่มนี้เป็นเพียงสัญลักษณ์ และไม่มีเครื่องมือในการสร้างอิทธิพลต่อในเหตุการณ์ซีเรีย


ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ปัจจุบันตุรกีกำลังมุ่งความสนใจไปที่ การคุกคามความมั่นคงที่สร้างขึ้นโดยกองกำลังชาวเคิร์ด ซึ่งมีส่วนพัวพันกับความขัดแย้งในซีเรีย โดยกลุ่มนักรบหญิง YPJ ชาวเคิร์ด มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ใน Rojava ในขณะเดียวกัน สหรัฐ ฯ ตัดสินใจตัดการสนับสนุนนักรบฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย และหันไปให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กองกำลังชาวเคิร์ด ดังนั้น การตัดสินใจเลิกสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรแนวร่วมแห่งชาติซีเรีย ย่อมเป็นสัญญาณให้เห็นว่า ตุรกีจะหันไปให้ความสำคัญกับการต่อต้านชาวเคิร์ดในซีเรียอย่างเต็มกำลัง 


มูซายังกล่าวว่า สิ่งที่ตุรกีทำนับเป็นความสำคัญยิ่ง เนื่องจากมันเป็นขั้นตอนที่จะให้ผลลัพธ์ในเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศในอนาคต เนื่องจากอาจมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศจะมีความร่วมมือกัน ซึ่งจะยังประโยชน์ให้กับทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะเกี่ยวกับปัญหากองกำลังชาวเคิร์ด ซึ่งเป็นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างซีเรีย กับตุรกี 

สุดท้ายแล้ว มูซา สรุปการวิเคราะห์ว่า คงยังไม่มีการพื้นฟูความสัมพันธ์ขึ้นสู่ระดับปกติ ในระหว่าง 2 ประเทศ ในเวลาอันใกล้นี้ 


“ทั้ง 2 ประเทศยังคงสาดคำพูดโจมตีซึ่งกันและกันผ่านทางแถลงการณ์ที่รุนแรงต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ว่า ตุรกีเลิกสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ย่อมหมายถึงว่า ตุรกีไม่ได้ให้การรับรองกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอีกต่อไป ซึ่งย่อมอาจจะหมายถึงการนำไปสู่ขั้นตอนใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศในอนาคต”

https://sputniknews.com/middleeast/201708131056419920-turkey-syrian-rebels-damascus/

http://www.sputniknews.com

Posted in อื่นๆ | Leave a comment