ระเบิดในสถานที่เก็บอาวุธในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 69 ราย

https://www.middle-east-online.com/en/explosion-kills-39-syria-arms-depot

http://www.middle-east-online.com

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดที่คลังเก็บอาวุธในเขตยึดครองของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 69 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กๆ กว่าสิบคน

ผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่ในซาร์มาดา จังหวัดอิดลิบ ใกล้พรมแดนที่ติดต่อกับประเทศตุรกี กล่าวว่า ยังไม่มีรายละเอียดของสาเหตุการเกิดระเบิดครั้งนี้ ซึ่งทำให้อาคาร 2 หลังพังทลายลง จนหน่วยช่วยเหลือต้องนำรถไถมาเคลื่อนย้ายซากปรักหักพังที่อาจจะมีผู้เคราะห์ร้ายถูกทับอยู่

รอมี อับเดล เราะฮ์มาน หัวหน้าองค์กรติดตามสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ในตอนแรกมีผู้เสียชีวิต 12 ราย และตัวเลขเพิ่มขึ้นหลังจากค้นพบผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร ผู้เสียชีวิตส่วนมากเป็นสมาชิกในครอบครัวของฝ่ายต่อต้านร้ฐบาล กลุ่มฮายัต ตะฮ์รีร อัล-ชาม ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยนักญิฮาดอดีตเครืองข่ายกลุ่มอัล-กออิดะ ที่ถอยร่นมายังพื้นที่ดังกล่าวจากจังหวัดฮอมส์

ประชาชนชาวซีเรียกว่า 350,000 คน ถูกสังหาร และอีกหลายล้านคนต้องพลัดจากที่อยู่อาศัย นับตั้งแต่เกิดสงครามขึ้นในประเทศซีเรีย ตั้งแต่ปี 2011

Advertisements
Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ฮาลาล ตันสรี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ

ดร.วินัย ดะห์ลัน

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2561 ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ทำพิธีเปิดห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่ชื่อว่า “ห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ฮาลาล ตันสรี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ” (Tan Sri Dr.Surin Pitsuwan Research and Innovation Halal Science Laboratory) เพื่อรำลึกถึง ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาลนี้เรียกกันสั้นๆว่า PS Halal Lab ตั้งอยู่บนชั้น 13 ของอาคารวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนจุฬาลงกรณ์ 12 ติดกับอาคารสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ ไม่ไกลจากอาคารสำนักงานอธิการบดีนัก ที่อาคารวิจัยที่ว่านี้ ศวฮ.มีที่ทำการอยู่บนชั้น 11, 12, 13 โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวม 3,000 ตารางเมตรจากทั้งหมด 4,400 ตารางเมตรที่ ศวฮ.ครอบครองอยู่ ส่วนของ PS Halal Lab ตั้งอยู่บนชั้นที่ 13 ของอาคารมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 500 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วยห้องปฏิบัติการวิจัยชีวเคมีโภชนาการ ห้องปฏิบัติการวิจัยนาโนวิทยาและคอสเมติกส์ และห้องปฏิบัติการวิจัยชีววิทยาโมเลกุล

เหตุที่ชื่อห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมซึ่งเป็นงานสำคัญของ ศวฮ.ตั้งตามชื่อ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เนื่องจากก่อนการจากไป ท่านเป็นกรรมการที่ปรึกษาของ ศวฮ.มาเนิ่นนานหลายปี ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล ศวฮ.มาตั้งแต่ก่อนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและห้องปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2546 ซึ่งศูนย์ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ว่านี้เองได้พัฒนางานก้าวหน้ากระทั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดตั้งเป็น ศวฮ.ตอนปลาย พ.ศ.2547

ความสัมพันธ์ระหว่าง ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ กับ ศวฮ.เริ่มต้นจริงจังตั้งแต่ปลาย พ.ศ.2542 เมื่อครั้งท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเวลานั้นท่านกรุณาเขียนคำนิยมให้กับหนังสือ Halal-HACCP ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกไม่เพียงเขียนคำนิยม ท่านยังแนะนำให้ผมเขียนโครงการขอรับงบประมาณสนับสนุนการจัดตั้งห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาลจากรัฐบาลซึ่งท่านเห็นว่ามีความจำเป็นต่อการพัฒนางานด้านฮาลาลซึ่งเป็นรายได้สำคัญของประเทศไทย

การเข้าดำรงตำแหน่งคณบดีคณะสหเวชศาสตร์ของผมในช่วงเวลาเดียวกันทำให้โครงการกว่าจะเขียนขึ้นสำเร็จใช้เวลาพอสมควร สุดท้ายถูกโอนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลแห่งชาติ ที่มีอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธาน กระทั่งได้รับงบประมาณสนับสนุนตามมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2546 กำเนิดเป็นห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาลในคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนยกระดับขึ้นเป็น ศวฮ.ภายใต้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในที่สุด เดือนสิงหาคม พ.ศ.2556 ศวฮ.ครบรอบสิบปีจึงจัดตั้งห้องปฏิบัติการชีววิทยาโมเลกุลฮาลาล “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระคุณท่านอาจารย์วันนอร์ มาปีนี้ ศวฮ.ครบรอบสิบห้าปีจึงจัดตั้งอีกหนึ่งห้องปฏิบัติการตั้งชื่อว่า “ตันสรี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ” ศวฮ.คลับคล้ายเป็นจุดเชื่อมผู้ใหญ่มุสลิมที่เป็นที่เคารพสองท่านเข้าด้วยกัน อันเป็นความภาคภูมิใจของชาว ศวฮ.

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

มาเลย์สั่งระงับโครงการตั้งศูนย์ต่อต้านก่อการร้ายที่ซาอุ ฯ ให้การสนับสนุน

https://www.aljazeera.com/news/2018/08/malaysia-shuts-saudi-backed-anti-terrorism-centre-180807085850321.html

http://www.aljazeera.com

รัฐบาลใหม่ของมาเลเซียสั่งปิดศูนย์ต่อต้านก่อการร้ายที่ซาอุ ฯ ให้การสนับสนุนโดยทันที และไม่ได้มีการให้เหตุผลใดๆ ศูนย์ดังกล่าวเพิ่งเปิดได้ไม่ถึง 13 เดือน

รัฐมนตรีกิจการป้องกันประเทศ โมฮัมมัด ซาบู แถลงว่า ศูนย์ต่อต้านก่อการร้าย “The King Salman Center for International Peace – (KSCIP)” ที่ตั้งอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ จะถูกระงับการดำเนินงานทันที โดยการดำเนินการต่างๆ ที่ผ่านมาจะถูกนำไปควบรวมกับ สถาบันเพื่อการป้องกันและความมั่นคงแห่งมาเลเซีย

อดีตรัฐมนตรีป้องกันประเทศของรัฐบาลก่อน คือ นายฮิชามมุดดีน ฮุสเซน ได้กล่าวเมื่อมีการริเริ่มก่อตั้งศูนย์ ฯ นี้เมื่อเดือนมีนาคม 2017 ว่า การจัดตั้งศูนย์ต่อต้านก่อการร้ายมีความสำคัญ เพราะจะสามารถระงับการแพร่กระจาย และการโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ รวมทั้ง กลุ่ม ISIS กษัตริย์ซัลมาน ทรงทำพิธีเปิดศูนย์ ฯ ซึ่งมีสำนักงานชั่วคราวอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และกำลังรอให้มีการก่อสร้างที่ทำการศูนย์ ฯ อย่างถาวรในเมืองราชการปุตราจายา ต่อไป

รัฐมนตรีซาบู แถลงในรัฐสภาว่า กำลังวางแผนจะถอนทหารมาเลเซียออกจากราชอาณาจักรซาอุ ฯ โดยเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เขาประกาศว่า จะมีการทบทวนกรณีการคงทหารมาเลย์ไว้ในราชอาณาจักรซาอุ ฯ และว่า สิ่งนี้ดูเหมือนทำให้มาเลเซียเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางโดยทางอ้อม

ในปี 2015 อดีตนายกราญิบ ราซัค ส่งกองทหารเข้าไปในราชอาณาจักรซาอุ ฯ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการขนย้ายชาวมาเลเซียออกมาจากประเทศเยเมน

ไม่แน่ชัดว่า ทหารมาเลย์ในซาอุ ฯ มีจำนวนทั้งหมดเท่าไร แต่รัฐมนตรีซาบูยืนยันว่า ทหารมาเลเซียไม่เคยเกี่ยวข้องกับการโจมตีในประเทศเยเมน

ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ เกิดความกังวลโดยทั่วไปว่า คณะผู้บริหารมาเลเซียที่นำโดยนายนาญิบ ราซัค จะเปิดโอกาสให้ซาอุ ฯ ขยายอำนาจเข้ามาในมาเลเซีย ที่ผ่านมา ราชอาณาจักรซาอุ ฯ สร้างโรงเรียน และมัสยิดหลายแห่งทั่วภูมิภาค รวมทั้งให้ทุนการศึกษาแก่ชาวมาเลเซีย ที่ต้องการไปศึกษาต่อในซาอุ ฯ

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ผู้แทนรัสเซียกระตุ้นผู้อพยพชาวซีเรียให้กลับคืนสู่บ้านเมือง

http://www.arabnews.com/node/1346166/middle-east

http://www.arabnews.com

เบรุต – เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัสเซียกล่าวกระตุ้นให้ผู้อพยพชาวซีเรียเดินทางกลับสู่บ้านเกิด โดยระบุว่า พวกเขาจะไม่ถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของประธานาธิบดีอัสซาด รวมทั้งฝ่ายความมั่นคง

อเล็กซานเดอร์ ลาฟเรนท์เยฟ เจ้าหน้าที่รัสเซียซึ่งทำหน้าที่ตัวแทนของซีเรีย ยังกล่าวอีกว่า ทางการซีเรียไม่อาจจัดหาความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้อพยพกลับได้มากนัก และเร่งรัดให้ผู้บริจาคจากต่างชาติช่วยจัดหาความช่วยเหลือส่วนนี้ให้ ซึ่งจะไม่นำไปเกี่ยวข้องกับด้านการเมือง

สหประชาชาติระบุว่า เงื่อนไขสำหรับผู้อพยพในการเดินทางกลับประเทศซีเรียยังคงไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ นับเป็นเวลาถึง 7 ปี ตั้งแต่เกิดเหตุขัดแย้งขึ้นในซีเรีย ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตนับแสนคน

ในขณะที่ผู้อพยพส่วนหนึ่งต้องการเดินทางกลับ อีกส่วนหนึ่งยังคงกริ่งเกรงว่า จะได้รับโทษทัณฑ์จากทางการซีเรียหรือไม่ สัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการขับไล่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลทั่วประเทศประกาศว่า ได้จัดตั้งศูนย์ผู้อพยพขึ้นในซีเรียเพื่อช่วยเหลือในการเดินทางกลับ ราฟเลนท์เยฟ กล่าวขณะพบปะกับอัสซาดในดามัสกัสว่า ชาวซีเรียกำลังเดินทาบกลับเข้าประเทศทุกวัน พวกเขารับรู้ว่า จะไม่มีการคุกคามจากรัฐบาล หรือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใดๆ และดินแดนซีเรียอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลแล้วในตอนนี้

ชาวซีเรียราว 5.6 ล้านคน ลงทะเบียนเป็นผู้อพยพในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาค โดยมีผู้อพยพซีเรียราว 1 ล้านคนอยู่ในเลบานอน ซึ่งราฟเลนท์เยฟ ได้เข้าพบปะเพื่อเจรจากับ ประธานาธิบดีไมเคิ่ล อูน และนายกรัฐมนตรีฮารีรี่ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และว่า เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้อพยพทั้งที่อยู่ในเลบานอน จอร์แดน และตุรกี ที่จะเดินทางกลับคืนภูมิลำเนา พวกเขาต้องคิดใครครวญและตัดสินใจกลับมายังแผ่นดินเกิดจะดีกว่า

Posted in อื่นๆ | Leave a comment