ปากีสถาน-จีน บรรลุข้อตกลงผลักดันแผนระเบียงเศรษฐกิจ

http://www.arabnews.com/node/1197621/world

http://www.arabnews.com

จีน-ปากีสถานบรรลุข้อตกลงที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าในโครงการ ‘One Belt One Road (OBOR) หรือ หนึ่งแถบหนึ่งถนน’ ของจีน ซึ่งจะดำเนินการผ่านปากีสถาน เส้นทางเศรษฐกิจระหว่างจีน-ปากีสถาน (China-Pakistan Economic Corridor หรือ CPEC) มูลค่าประมาณ 56 พันล้านดอลล่าร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2030 (พ.ศ.2573)

คณะกรรมการความร่วมมือ (JCC) ได้ประชุมกันในกรุงอิสลามาบัด และในวันรุ่งขึ้นนายกรัฐมนตรีชาฮีด ฆอกาน อับบาซี ได้ทำพิธีเปิด เส้นทางด่วนท่าเรือ East Bay Expressway of Gwadar ซึ่งเขาได้กล่าวถึงความพยายามของจีน และหน่วยงานท้องถิ่นในการสร้างการเชื่อมโยงที่สำคัญ ระหว่างศูนย์กลางการค้าของการาจี และเมืองกวาด้าร์ รวมทั้งการพัฒนาอื่นๆ อีกมากที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งเขาแสดงความมั่นใจว่า การพัฒนามูลค่า 1.6 พันล้านดอลล่าร์ นี้ จะทำให้เมืองเล็กๆ ที่ประชากรทำการประมงเป็นหลัก จะกลายเป็นเมืองที่มีความสำคัญระดับโลก แต่เขายังกล่าวแสดงความกังวลถึงสิ่งที่ฝ่ายบริหารบาลูจิสถานอ้างถึง นั่นคือประเด็นเกี่ยวกับพลังงาน และน้ำใช้ เขาย้ำว่านี่เป็นเรื่องที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่นต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และจะมีการวางแผนแก้ปัญหาในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในท้องถิ่นควรจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ในโครงการที่กำลังดำเนินอยู่ และว่า ควรจะเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองที่จะต้องอบรม ฟื้นฟูสมรรถภาพ และจ้างพวกเขาเข้าทำงาน

การประชุม JCC ที่ผ่านมา นำโดย อะฮ์ซาน อิกบาล รัฐมนตรีด้านการวางแผนและพัฒนาของปากีสถาน และ หวัง เซียเต๋า รองประธานคณะกรรมาธิการงานบูรณะและพัฒนาแห่งชาติของจีน โดยมีผู้แทนระดับสูงจากทั้งสองฝ่ายร่วมประชุมด้วยประมาณ 150 คน

รัฐมนตรีอิกบาล แถลงกับสื่อหลังการประชุมว่า แผนงานเส้นทางเศรษฐกิจ CPEC จะรวมทั้ง เขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zones) ที่ขยายข้าม 4 จังหวัด รวมทั้งเขตกิลกิต บัลติสถาน

Advertisements
Posted in อื่นๆ | Leave a comment

สหรัฐฯ เรียกร้องมาเลย์ปกป้องมุสลิมอุยกูร์ 11 คน ที่หนีไปจากประเทศไทย

http://gulftoday.ae/portal/aa7bf9ca-709b-48b7-9e33-0c572c0041e4.aspx

http://www.gulftoday.ae

วอชิงตัน : ฝ่ายกิจการต่างประเทศสหรัฐ ฯ เรียกร้องให้ทางการมาเลเซียให้การคุ้มครองชั่วคราวแก่ชาวมุสลิมอุยกูร์ 11 คน ซึ่งทางการจีนกำลังแสวงหาการดำเนินการเพื่อให้ส่งตัวข้ามแดนกลับไปยังประเทศจีน

ทั้งนี้ ฝ่ายต่างประเทศของสหรัฐ ฯ ระบุว่า ได้เรียกร้องให้ทางการมาเลเซียอนุญาตให้องค์กรด้านผู้อพยพของสหประชาชาติ ได้เข้าถึงชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า พวกเขาจะมีสิทธิ์เข้าสู่กระบวนการปกป้องของ UN และสามารถเดินทางไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่ 3

หากยังจำกันได้ เมื่อปีที่ผ่านมามีชาวอุยกูร์ถูกจับกุม คุมขังอยู่ในประเทศไทย และมี 20 คน ที่หลบหนีออกมาได้ ซึ่ง 11 คนในจำนวนที่สหรัฐ ฯ ระบุ อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

ไมเคิ่ล เคฟวี่ โฆษกกรมเอเชียตะวันออกของกระทรวงกิจการต่างประเทศสหรัฐ ฯ กล่าววเรียกร้องให้ทางการมาเลเซีย ดำเนินการสอบสวนอย่างโปร่งใส และให้การปกป้องชั่วคราวแก่บุคคลเหล่านี้ ซึ่งอาจจะถูกทารุณกรรมหรือถูกสังหาร หากมีการส่งตัวกลับประเทศจีน

รองนายกรัฐมนตรี อะหมัด ซาฮีด ฮามีดี กล่าวเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ว่า มาเลเซียได้รับการเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ส่งตัว ชาวอุยกูร์ 11 คน กลับไปยังประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ทางการมาเลย์ กำลังพิจารณาคำร้องขอดังกล่าว และทางตำรวจกำลังสอบสวนว่า มีคนใดในกลุ่มนี้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่

กลุ่มเฝ้าระวังด้านสิทธิมนุษยชน เรียกร้องขอการยืนยันจากทางการมาเลย์ ว่า ชาวอุยกูร์จะไม่ถูกบังคับส่งตัวกลับจีน เนื่องจากพวกเขาจะต้องเผชิญกับอันตรายหนักหนาสาหัสอย่างแน่นอน

ทางการจีนกล่าวหาว่า ชาวอุยกูร์หัวรุนแรงพยายามหาทางแบ่งแยกดินแดน และโจมตีชาวจีนฮั่น ซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ในเขตตะวันตกเฉียงเหนือของเขตปกครองตนเองซินเจียง และในเขตต่างๆ ของประเทศ ในขณะเดียวกัน นานาชาติกล่าวหาทางการจีนว่าละเมิดสิทธิ์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง โดยมีการทรมานชาวอุยกูร์ที่ถูกจับกุม การบังคับควบคุมสิทธิพื้นฐานในการปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนา และวัฒนธรรม ฯลฯ

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

เยอรมันทำลายโบสถ์สมัยศตวรรษที่ 19 ในขณะที่มีการสร้างมัสยิดเพิ่มขึ้นในประเทศ

http://www.breitbart.com/london/2018/01/14/germany-historic-church-demolished-mosques-multiply-across-country/

http://www.breitbart.com

โบสถ์ St Lambertus ในเขต Immerath ประเทศเยอรมัน ถูกทุบทำลายลงแม้จะมีเสียงทัดทาน และการประท้วงจากประชาชนในพื้นที่ ในขณะเดียวกัน มัสยิด และศูนย์เกี่ยวกับอิสลามผุดขึ้นอีกหลายแห่งทั่วประเทศเยอรมัน

อาคารโบสถ์หลังใหญ่ ที่มีจุดเด่นเป็นหอคอยคู่ 2 หอ และรูปทรงแบบ neo-Romanesque ตามที่ระบุไว้ในสื่อ Catholic Herald ถูกทุบทำลายลงโดยบริษัททำเหมือง RWE เพื่อเปิดเส้นทางในการขุดทำเหมืองลิกไนท์

โบสถ์ St Lambertus และหมู่บ้านเกษตรกรรมที่อยู่ใกล้เคียง ถูกบริษัททำเหมืองลิกไนท์กว้านซื้อไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน โดยไม่มีการทำพิธีทางศาสนาในโบสถ์นี้ตั้งแต่ปี 2013 ส่วนชาวบ้านได้ย้ายไปตั้งบ้านเรือนในพื้นที่อื่น และมีการสร้างโบสถ์สมัยใหม่ขึ้นมาแทนให้ด้วย

น่าสังเกตที่ว่า ในขณะที่มีการรื้อทำลายโบสถ์ ในเยอรมันกลับมีมัสยิดและศูนย์อิสลามเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนมุสลิมชาวตุรกีที่มีขนาดใหญ่ และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งเยอรมัน เปิดพรมแดนรับผู้ลี้ภัยโดยไม่จำกัดจำนวนตั้งแต่ปี 2015

ราชอาณาจักรซาอุ ฯ อันเป็นประเทศที่ร่ำรวย แม้ไม่ชอบที่จะเปิดประเทศตามแบบนโยบายของเยอรมัน แต่ก็ได้ให้การสนับสนุนสร้างมัสยิดประมาณ 200 แห่งในเยอรมัน เพื่อส่งเสริมมุสลิมอพยพที่กำลังจะกลายเป็นชาวยุโรปไปในไม่ช้า

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

เกาหลีใต้จัดเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวมุสลิมมาชมกีฬาโอลิมปิกส์ฤดูหนาว

http://english.chosun.com/site/data/html_dir/2018/01/08/2018010801153.html

http://www.english.chosun.com

มีการจัดเตรียมห้องละหมาดสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ที่จะเดินทางมาร่วมชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์ฤดูหนาว ที่เมืองพองชาง (Pyeongchang) ในเดือนกุมภาพันธ์ นี้

หน่วยงานด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ความเห็นว่า การขาดแคลนห้องปฏิบัติศาสนกิจ จะสร้างความไม่สะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวมุสลิม ซึ่งทางการท่องเที่ยวคาดหวังว่า จะมาทดแทนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่มีจำนวนลดน้อยลง

เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) แถลงว่า จะจัดทำโครงสร้างเคลื่อนที่ราคา 40 ล้านวอน สำหรับมุสลิมที่ กังนัง (Gangneung) จังหวัดทังหวัน Gangwon โดยจะทำการทดลองใช้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ี้

โครงสร้างอาคารเคลื่อนที่นี้จะประกอบด้วย ห้องละหมาด สำหรับ 5-6 คน พร้อมสถานที่อาบน้ำละหมาด กุรอาน ลูกศรชี้ทิศกิบลัต ผู้ปูละหมาด ซึ่ง คิม ซุง-อูน จาก KTO กล่าวว่า ตามวัฒนธรรมอิสลามแล้ว ต้องมีการแยกห้องชาย-หญิงด้วย

จำนวนนักท่องเที่ยวมุสลิมที่เดินทางมายังเกาหลีเพิ่มขึ้นจาก 540,000 คน ในปี 2012 เป็น 930,000 ในปี 2017 ซึ่งต้องขอบคุณนักร้อง K-pop และซีรีย์เกาหลี ที่มีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวมุสลิมจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ต้องการมาเที่ยวเกาหลี

KTO คาดการณ์นักท่องเที่ยวมุสลิมน่าจะถึง 1 ล้านคนในปีนี้ แต่ปัญหาการขาดแคลนมัสยิด และสถานที่ละหมาดก็เป็นอุปสรรคใหญ่เช่นกัน ทั้งนี้ การสร้างมัสยิดถาวรเพิ่มขึ้นอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งกับคนในท้องถิ่น และชุมชนชาวคริสต์ แต่การใช้อาคารเคลื่อนที่เฉพาะกิจ ก็สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง

Posted in อื่นๆ | Leave a comment