สมาคมอิสลามจีนออกโรงสนับสนุนให้มัสยิดติดธงชาติเพื่อแสดงความรักชาติ

ึhttp://www.globaltimes.cn/content/1103257.shtml

http://www.globaltimes.cn

สมาคมอิสลามแห่งประเทศจีน ประกาศว่า มัสยิดทุกแห่งควรชักธง หรือติดธงชาติ และศึกษาในคุณค่าของหลักการสังคมนิยม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในแนวคิดแห่งชาติ และมุ่งมั่นสร้างจิตวิญญาณแห่งความรักชาติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศจีน เรียกการกระทำเช่นนี้ว่า เป็นความพยายามซึมซับกลมกลืนศาสนากับแนวคิดสังคมนิยม และเป็นการพัฒนาศาสนาไปอีกก้าวหนึ่ง

สมาคมอิสลามจีน เผยแพร่แถลงการณ์ในเว็ปไซท์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า สมาคม ฯ เรียกร้องให้มัสยิด และสมาคมอิสลามทั่วประเทศ ชักธงชาติ หรือติดธงไว้ในจุดที่เห็นได้เด่นชัดตลอดเวลา และควรให้บุคลากรศึกษาธรรมนูญชองประเทศจีน หลักการด้านสังคมนิยม และวัฒนธรรมประเพณีของจีน รวมทั้งควรจัดให้มุสลิมเข้าอบรมด้านกฎหมาย เพื่อให้ทราบถึงขอบเขตในการดำเนินกิจกรรมด้านศาสนา และเข้าใจถึงความเชื่อมโยงในหลักการศาสนา

คำแถลงดังกล่าวยังระบุถึงการสนับสนุนให้มัสยิดจัดสวัสดิการเพื่อสาธารณะ และกิจกรรมบริการชุมชน เพื่อหลอมรวมคุณค่าของหลักการสังคมนิยมเข้ากับการใช้ชีวิตของมุสลิม และควรจัดอบรมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์จีนด้วย

Xiong Kunxin ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านชนกลุ่มน้อยแห่งมหาวิทยาลัยทิเบต กล่าวว่า แนวคิดในการหลอมรวมเอาคำสอนทางศาสนาเข้าสู่วัฒนธรรมและสังคมนิยมนั้น อาจดำเนินการได้อย่างราบรื่น

สำหรับในการติดธงชาติที่มัสยิดนั้น มัสยิดในบางเมืองในเขตหนิงเซี๊ยะ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของชาวหุย ทางตะวันตกเฉียงเหนือ เริ่มมีการกำหนดให้ติดธงตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในขณะที่มัสยิด 1 แห่งในเมืองกานสู เพิ่งเริ่มพิธีการติดธงชาติเช่นกัน

มัสยิดในตำบล Qinghe เขตซินเจียงอุยกูร์ ได้เริ่มจัดพิธีเชิญธงชาติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2014 เพื่อแสดงให้เห็นความรักชาติของมุสลิมด้วย

คณะกรรมการกิจการศาสนาและชนกลุ่มน้อย ของจังหวัด Zhejiang โพสต์แถลงการณ์ในเว็ปไซท์ ว่า ได้มีการเชิญธงชาติในศาสนสถาน 69 แห่ง ซึ่งรวมทั้งโบสถ์คริสต์ และวัดทางพุทธศาสนา ในเมือง Lanxi

ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า การชักธงชาติที่ศาสนสถานจะเป็นการละเมิดหลักการของธรรมนูญ ที่ให้แยกระหว่างการเมืองกับศาสนา หรือไม่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า กฎหมายของจีนได้กำหนดแยกศาสนา และการเมืองออกจากกัน แต่ธงชาติเป็นตัวแทนของความเป็นประเทศ ไม่ใช่การเมือง ดังนั้น การชักธงชาติจีนจึงไม่ได้เป็นการแทรกแซงเสรีภาพในการทำกิจกรรมทางศาสนา

Advertisements
Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ชาวมุสลิมจากสี่จังหวัดภาคใต้เกือบ 10,000 คนร่วมละหมาดศพรองประธาน กกอ.ปัตตานีi

บรรณาธิการสำนักข่าวอามาน

10 มิ.ย 2561 ในปีนี้คณะกรรมการอิสลามปัตตานีสูญเสียรองประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดถึงสองคน คืออุสตะมะ เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวและล่าสุดคือนายอดุลย์เดช เจ๊ะแน ถูกยิงเมื่อวันศุกร์ที่ 8 มิ.ย ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตที่ห้อง ICU โรงพยาบาลปัตตานีเมื่อเวลา 02.45 น.ของวันที่ 10 มิ.ย 2561

ประวัติส่วนตัว

นายอดุลย์เดช หรือชื่ออาหรับว่า อดุลย์ บิน อับดุลราซีด อายุ 55 ปี แต่งงานกับลูกสาวบาบอปอเนาะ ลาลอวิทยา อ.สายบุรี จังหวัดปัตตานี นายอดุลย์เป็นคนตำบลลาโละ อ.รือเสาะ จังหวัดนราธิวาส บิดาของท่านเป็นอดีตกำนันคนดังแห่งตำบลลาโละ และท่านเคยลงสมัครเป็นนายก อบต.ลาโละ ชนะการเลือกตั้งหนึ่งสมัย

จบการศึกษามัธยมต้นที่ปอเนาะลูโบะสาวอ อ.บาเจาะ และศึกษาต่อชั้นมัธมปลายที่ โรงเรียนดารุสสลาม อ.ระแงะ จ.หวัดนราธิวาส จบมัธยม 6 และชั้น 10 ด้วยความมุมานะท่านได้ไปศึกษาต่อปริญญาตรีที่ประเทศปากีสถาน

ปลายปีที่แล้วท่านได้ลงสมัครกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานีอยู่ในทีมของนายแวดือราแม มะมิงจิ (บาบอแม) และชนะการเลือกตั้ง จนได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานคณะกรรมการอิสลาม เป็นหัวหน้าฝ่ายฮาลาล และอีกตำแหน่งหนึ่ง ท่านได้รับการแต่งตั้งจากประธานคณะกรรมการอิสลามปัตตานีให้เป็นหัวหน้าคณะอนุกรรมการบริหารพูดคุยสันติสุข ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 อีกตำแหน่งหนึ่งเพื่อบริหารสำนักงานเซฟตีเฮาส์ (SAFETY HOUSE) ที่ทางมาร่าปาตานีและตัวแทนฝ่ายไทยตกลงร่วมกัน นอกจากนั้นท่านยังเป็นผู้จัดการโรงเรียนลาลอวิทยาอีกตำแหน่งหนึ่ง

รองประธานอดุลย์มีลูกชายทั้งหมดสี่คน คนโตกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติมาเลเซีย คนที่สอง จบที่ ม.ราชภัฎยะลา คนที่สามกำลังศึกษาที่ประเทศปากีสถานและคนสุดท้องกำหลังเรียน ม.4 ในพื้นที่

ก่อนเสียชีวิตหนึ่งวันรองประธานได้ร่วมงานละศีลอดที่โรงแรมซีเอสปัตตานีจัดโดยกาชาดสากล ICRC ในวันที่ 7 มิ.ย และท่านได้ขึ้นกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า “ในช่วงเดือนรอมฎอนที่ผ่านมาท่านร้องไห้ในขณะที่สูยุดต่ออัลอฮกี่ครั้งแล้วต่อความผิดผิดที่มีต่อพระองค์ ท่านอ่านอัลกุรอานได้กี่ยุชแล้ว ในอีกไม่กี่วันรอมฎอนก็จะจากเราไปแล้ว เรารู้สึกอาลัยอาวรณ์กับการจากไปของรอมฎอน และเราไม่ทราบรอมฎอนปีหน้าเราจะมีชีวิตถึงวันนั้นหรือเปล่า ดังนั่นเราจงใช้โอกาสที่เหลือทำความดีให้มากที่สุด”

เลขานุการประธานคณะกรรมการอิสลามปัตตานี นายซอลาฮุดดี หะยียูโซะ กล่าวว่าผู้ที่มาร่วมละหมาดในวันนี้เกือบหมื่นคนโดยที่เราไม่ได้เชิญเป็นการเฉพาะ แต่คนที่มาทราบจากสื่อสังคมออนไลน์พวกเขามาจากปัตตานี ยะลา นราธิวาสและบางส่วนจากสงขลา

สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาร่วมละหมาดศพในวันนี้คือประธานคณะกรรมการอิสลามสามจังหวัด ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส นอกจากนั้นยังมีนายวันมูฮำหมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา นายเศรษฐ อัลยุฟรี นายก อบจ.ปัตตานี นอกจากนั้นยังมีผู้นำศาสนา บอบอจากปอเนาะต่างๆ ร่วมละหมาดยังคับคั่งที่มัสยิดในโรงเรียนลาลอวิทยา และศพของท่านฝั่งที่สุสานบ้านบูเกะ ต.ลาหาร อ.สายบุรี

นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามปัตตานีกล่าวว่าเรื่องคดีมอบให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เร่งติดตามและทาง กกอ.ปัตตานีจะไม่มีการแถลงข่าวใดๆ แต่จะมอบให้ทางกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นผู้แถลงข่าวเอง

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1790516274349052&id=100001720892385

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ตุรกีประณามการสั่งปิดมัสยิดในออสเตรีย ว่าเป็นการต่อต้านอิสลามและเหยียดเชื้อชาติ

https://www.trtworld.com/europe/austrian-mosque-closures-are-anti-islam-and-racist-turkey-18075

http://www.trtworld.com

โฆษกอาวุโสของรัฐบาลตุรกี กล่าวว่า การตัดสินใจปิดมัสยิด 7 แห่ง และเนรเทศอิหม่ามถึง 60 คน ของออสเตรีย เป็นความพยายามสร้างประชานิยม โดยกำหนดมาตรฐานด้วยการเหยียดเชื้อชาติ และด้วยความอคติต่ออิสลาม

วันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา อิบรอฮีม คอลิน โฆษกประธานาธิบดีตุรกี กล่าวประณามการตัดสินใจของออสเตรีย ว่า เป็นการต่อต้านอิสลาม และเหยียดเชื้อชาติ ทั้งยังให้เหตุผลที่ไม่ชัดเจนต่อการเนรเทศอิหม่ามออกจากประเทศ

ทั้งนี้ อิหม่ามทั้ง 60 คน ได้รับการว่าจ้างและรับเงินเดือนจากสมาคมวัฒนธรรมเตอร์กิช-อิสลาม และทางฝ่ายออสเตรียประกาศว่า ต้องดำเนินการอย่างจริงจังกับสิ่งที่เรียกว่า “อิสลามแบบการเมือง”

คอลินยังกล่าวอีกว่า ออสเตรียพยายามเล็งเป้าหมายที่ชุมชนมุสลิม เพื่อประโยชน์ในการหาคะแนนเสียงทางการเมือง ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการแสดงว่า ทัศนคติเชิงอุดมการณ์ของรัฐบาลออสเตรีย ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทางกฎหมายสากล ความกลมเกลียวทางสังคม กฎหมายด้านชนกลุ่มน้อย และจริยธรรมทางสังคมอื่นๆ ซึ่งทางตุรกีขอคัดค้านในเรื่องนี้

เซบาสเตียน คูร์ซ นายกรัฐมนตรีออสเตรีย วัย 31 ปี ประกาศเนรเทศอิหม่าม 60 คน และสั่งปิดมัสยิด 7 แห่ง เขาเพิ่งชนะการเลือกตั้ง และเข้าดำรงตำแหน่งในเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา โดยเขาได้ให้สัญญาในการหาเลียงว่า จะเอาจริงเอาจังในการจัดการกับผู้อพยพ ในปี 2015 เขาเคยเสนอกฎหมายควบคุมการสนับสนุนด้านเงินทุนต่างประเทศแก่กลุ่มศาสนาในออสเตรีย

เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา มีการนำเสนอภาพของเด็กๆ ในมัสยิดที่ได้รับการสนับสนุนจากตุรกี เล่นจำลองเหตุการณ์การสู้รบที่กาลลิโพลี่ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

หลังจากนั้น นายกเซบาสเตียน สั่งให้มีการสอบสวนองค์กรศาสนาอิสลามอย่างขนานใหญ่ ภาพดังกล่าวตีพิมพ์โดยนิตยสารรายสัปดาห์ Falter แสดงให้เห็น เด็กหนุ่มในเครื่องแบบชุดการแสดงเดินสวนสนาม แสดงความเคารพ และโบกธงชาติตุรกี หลังจากนั้นเป็นภาพที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขานอนตายโดยมีธงชาติตุรกีคลุมตัว

มัสยิดที่มีการแสดงดังกล่าวอยู่ในเมืองโคโลญจ์ ประเทศเยอรมัน แต่เป็นมัสยิดของชาวตุรกีที่อยู่ในการดูแลของสมาคมวัฒนธรรมเตอร์กิช-อิสลาม (ATIB) ซึ่งเป็นองค์กรภายใต้สำนักกิจการศาสนาสูงสุดของตุรกี ซึ่ง ATIB ก็แสดงความไม่พอใจที่มีการนำเสนอภาพดังกล่าว และว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างมากที่ให้เยาวชนมาแสดงในเรื่องแบบนี้

ตามรายงานของสำนักข่าว AP มัสยิดอีก 6 แห่งที่บริหารงานโดยกลุ่มที่มีชื่อว่า Arab Religious Community จะถูกสั่งปิด และจะระงับการดำเนินงานของกลุ่มบริหารดังกล่าวด้วย

รัฐมนตรีมหาดไทยออสเตรีย Herbert Kickl กล่าวว่า จะมีการทบทวนใบอนุญาตให้พำนักในประเทศของอิหม่ามอีกราว 40 คน ที่อยู่ในสังกัดของ ATIB ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลมัสยิดของตุรกีทั้งหมดในออสเตรีย ทั้งนี้ อิหม่ามอาจจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือ หากเป็นการเข้ามาพำนักครั้งแรกก็จะไม่มีการต่ออายุให้

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ชาวปาเลสไตน์เกือบ 3 แสนคน ร่วมละหมาดในวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอน

https://www.middleeastmonitor.com/20180609-280000-palestinians-pray-at-al-aqsa-on-last-friday-of-ramadan/

http://www.middleeastmonitor.com

ชาวปาเลสไตน์ประมาณ 280,000 คน ร่วมละหมาดที่มัสยิดอัลอักซอ ในวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอน ประจำปีนี้

นับเป็นเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน ที่กองกำลังยึดครองอิสราเอลสั่งห้ามมิให้ชายชาวปาเลสไตน์จากเขตเวสต์ แบงก์ ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี เข้ามายังเยรูซาเล็ม ในขณะเดียวกัน มีการห้ามชาวปาเลสไตน์จากเขตฉนวนกาซ่า เข้ามาละหมาดยังมัสยิดอัล-อักศอด้วย

กองกำลังอิสราเอลเกณฑ์ทหารมาประจำการเพิ่มทั่วเยรูซาเล็ม โดยเฉพาะรอบๆ บริเวณเขตเมืองเก่า

หลังจากที่สหรัฐ ฯ ตัดสินใจประกาศรับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ของอิสราเอล และการย้ายสถานทูตสหรัฐ ฯ มายังเขตเมืองเก่าเยรูซาเล็ม ก่อให้เกิดการประท้วงเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

Posted in อื่นๆ | Leave a comment