กลุ่มชาวยิวทั่วโลกให้การสนับสนุนการรณรงค์ต่อต้านอิสราเอลของ BDS

https://www.alaraby.co.uk/english/news/2018/7/17/jewish-groups-worldwide-voice-support-for-pro-palestine-bds-movement

http://www.alaraby.co.uk

กลุ่มชาวยิวหลายสิบกลุ่มจากทั่วโลก ออกแถลงการณ์ร่วมกัน เพื่อแสดงการสนับสนุนการรณรงค์คว่ำบาตรอืสราเอล ของกลุ่ม BDS และระบุว่า การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของอิสราเอล ไม่ถือว่าเป็นการต่อต้านชาวยิว (Anitsemitism)

การริเริ่มครั้งนี้ดำเนินการโดยองค์กรเสียงแห่งชาวยิวเพื่อความสันติ (JVP) ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐ ฯ และกลุ่มชาวยิวอีก 36 กลุ่มใน 15 ประเทศ อาทิ แอฟริกาใต้ เยอรมัน และบราซิล โดยมีการลงนามในแถลงการณ์ร่วมกัน

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พวกเขาตระหนักถึงอันตรายของรัฐบาลและพรรคการเมือง ที่แสดงความเป็นระบอบเผด็จการฟาสซิสต์และอคติทางเชื้อชาติ อย่างเปิดเผยและเพิ่มมากขึ้น การต่อต้านชาวยิวด้วยคำพูด และการทำร้ายที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่เกิดจากการกระทำของอิสราเอล และช่วงเวลานี้มีความเหมาะสมแล้ว ที่จะต้องแยกแยะระหว่างความเกลียดชังหรืออคติต่อชาวยิว กับ การวิพากษ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายในนโยบายและระบบที่อยุติธรรมของอิสราเอล

องค์กร International Holocaust Remembrance Alliance (IHRA) คือ ศูนย์กลางของความพยายามสร้างการสนับสนุนอิสราเอล โดยการสร้างกระแสว่า ใครก็ตามที่วิพากษ์วิจารณ์อิสราเอล หรือสนับสนุนปาเลสไตน์ ก็เทียบเท่ากับ การต่อต้านชนชาติยิว (Antisemitism)

ปัจจุบัน สภาคองเกรสสหรัฐฯ กำลังถกเถียงกันถึงร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ที่ระบุว่าจะมีความผิด หากมีการรณรงค์คว่ำบาตรการตั้งถิ่นฐานใหม่ของชาวยิวอพยพ และทำการต่อต้านการจำกัดสิทธิมนุษยชนของชาวปาเลสไตน์ โดยจะถือว่าการรณรงค์เหล่านี้เป็นการแสดงอคติต่อชนชาติยิวด้วย

ในประเทศอังกฤษ รัฐบาลและกลุ่มสนับสนุนอิสราเอล ยังพยายามป้องกันมิให้สภาท้องถิ่นคว่ำบาตรสินค้าจากเขตตั้งถิ่นฐานใหม่ของชาวยิวในอิสราเอล ยิ่งกว่านั้น กลุ่มสนับสนุนอิสราเอลยังเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายห้ามมหาวิทยาลัยในอังกฤษ จัดกิจกรรม “สัปดาห์แห่งการแบ่งแยกที่น่าอดสูในอิสราเอล” โดยอ้างว่าเป็นการแสดงอคติต่อชนชาวยิวเช่นกัน

รีเบคก้า วิลคอมเมอร์สัน ผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม JVP กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรชาวยิวทั่วโลก จะจับมือกันเพื่อต่อต้านการนำคำจำกัดความ (Antisemitism) มาใช้ เพื่อจุดประสงค์ในการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพของผู้อื่น และ JVP มีความภูมิใจที่ได้ริเริ่มโครงการเพื่อความพยายามครั้งประวัติศาสตร์นี้

Advertisements
Posted in อื่นๆ | Leave a comment

เทียบคู่สหรัฐ ฯ จีนปั๊มเงินกู้สู่ตะวันออกกลางในขณะที่สงครามการค้ากำลังระอุ

https://www.rt.com/news/432625-china-middle-east-restoration/

http://www.rt.com

จีนให้คำมั่นจะให้เงินกู้ก้อนใหญ่ และความช่วยเหลือต่างๆ แก่ประเทศในตะวันออกกลาง ในขณะที่อิทธิพลของสหรัฐ ฯ ในภูมิภาคนี้กำลังจืดจางลง น่าสนใจว่าจีนมองการไกลมากกว่าผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจหรือไม่

ประธานาธิบดีจีนกล่าวในการพบปะกับผู้แทนสันนิบาตอาหรับในกรุงปักกิ่ง โดยประกาศแผนเพิ่มการซื้อก๊าซและน้ำมัน เพื่อนำเงินเข้าสู่ตะวันออกกลางมากขึ้น รวมทั้งจะให้เงินกู้ราว 20 พันล้านดอลล่าร์ สำหรับโครงการต่างๆ ในหลายประเทศแถบตะวันออกกลาง ที่ต้องการเงินสำหรับการบูรณะซ่อมแซมสิ่งที่ถูกทำลายไประหว่างสงคราม

ยิ่งกว่านั้น จีนให้คำมั่นจะบริจาคเงินเพื่อวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรม และการบูรณะประเทศแก่ซีเรีย เยเมน จอร์แดน และเลบานอน ราว 90 ล้านดอลล่าร์ และให้แก่ปาเลสไตน์ 15 ล้านดอลล่าร์

จีนได้พยายามเข้าสู่น่านน้ำของตะวันออกกลางมานานหลายปี โดยช่วงที่เกิดวิกฤติอาหรับสปริงซึ่งทำให้ประเทศแถบนั้นเกิดความอ่อนแอ จีนพยายามผลักดัน และประกาศริเริ่มโครงการแถบและถนน (Belt and Road) ในปี 2013 ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าที่เชื่อมระหว่าง จีน แอฟริกา และยุโรป โดยมีเส้นทางการขนส่งรวมทั้ง ท่าเรือ รถไฟ ถนน และแหล่งอุตสาหกรรม ซึ่งเส้นทางส่วนหนึ่งจะผ่านตะวันออกกลาง

จีนกลายเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันจำนวนมากที่สุดในปี 2017 อันเนื่องมาจากการเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่กระหาย พลังงานมากที่สุดในโลก ตะวันออกกลางซึ่งเป็นประเทศที่อุดมด้วยน้ำมันจึงเป็นเป้าหมายที่สำคัญยิ่ง ที่จีนพร้อมจะทุ่มเงินลงไป ในขณะเดียวกัน ความขัดแย้งภายในรวมทั้งความขัดแย้งด้านการเมืองบางส่วนได้ขยายตัวข้ามพรมแดนออกไปถึง รัสเซีย สหรัฐ ฯ และยุโรป จีนซึ่งมีนโยบายหลักในการไม่แทรกแซงเรื่องภายในของประเทศอื่น จึงจำต้องพยายามเลี่ยงเพื่อรักษานโยบายนั้น

ประธานาธิบดีจีน กล่าวว่า แต่ละประเทศควรปฏิบัติต่อกันอย่างตรงไป ตรงมา ไม่ควรกลัวความแตกต่าง และควรหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น โดยต้องกมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ และยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา

ตำแหน่งของจีนในตะวันออกกลางยังคงรักษาความเป็นกลางอย่างเด่นชัด โดยมีการติดต่อกับทุกประเทศโดยไม่คำนึงถึงความขัดแย้งที่มีอยู่ในระหว่างกัน ทั้งนี้ อิสราเอล ปาเลสไตน์ ซาอุดิอาระเบีย และอิหร่าน คือบางประเทศที่เป็นเป้าหมายการติดต่อในปัจจุบัน และที่ผ่านมาของจีน

นาย Martin Jacques ผู้เชียวชาญด้านจีนศึกษา และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง When China Rules the World: The End of the Western World and the Birth of a New Global Order กล่าวว่า จีนต่างจากประเทศอื่นๆ ที่อยู่นอกภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่พยายามเข้ามาในภูมิภาคนี้ โดยจีนพยายามอยู่ให้ห่างจากปัญหาด้านการเมืองและความมั่นคง และเข้าไปยุ่งเกี่ยวเฉพาะในด้านเศรษฐกิจเท่านั้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่จีนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในแอฟริกา แต่ไม่เริ่มสร้างอิทธิพลในด้านการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ตรงกันข้ามกับประเทศตะวันตก รวมทั้งรัสเซีย สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดของจีน คือ บริบททางเศรษฐกิจไม่ใช่ในด้านความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอีกท่านหนึ่งกล่าวว่า การขยายอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลางของจีน ต้องการอะไรที่มากกว่าการทุ่มเงินลงไปเท่านั้น

ดร.Jinghan Zeng รอง ผอ.ศูนย์การเมืองในแอฟริกา เอเชียและตะวันออกกลาง กล่าวกับสื่อว่า หนึ่งในการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ การตั้งฐานทัพในต่างประเทศ โดยจีนต้องพิจารณาเพิ่มอิทธิพลทางการเมืองและการทหารในตะวันออกกลาง นอกเหนือจากการพัฒนาโครงการ Belt and Road และการขยายตัวด้านผลประโยชน์อื่นๆ ทั่วไป

ที่ผ่านมา วิธีการทุ่มเงินเข้าไปในรอยร้าวที่เกิดจากสงครามในภูมิภาค ในลักษณะการช่วยฟื้นฟูสภาพบ้านเมือง ถือเป็นยุทธวิธีที่สหรัฐ ฯ ทำมานานแล้ว ดังเช่นในอัฟกานิสถาน และอิรัก แต่เมื่อจีนก้าวเข้ามาร่วมในการแข่งขัน เชื่อว่า ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคจะให้ความสนใจมากกว่า เนื่องจากอิทธิพลของสหรัฐ ฯ กำลังเริ่มจางลง Martin กล่าว

ส่วน Yongjin Zhang ศ. ด้านการเมืองระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยบริสตอล กล่าวว่า ช่วงเวลาของจุดเชื่อมต่อที่สำคัญอาจจะมาถึงแล้ว ที่จีนกำลังเคลื่อนตัวออกจากการเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค ที่รับแต่เพียงผลประโยชน์จากส่วนต่างๆ ของโลก มาเป็นมหาอำนาจของโลกจากการประกาศสิทธิของตัวเอง

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

รัฐบาลจีนจัดโครงการนำร่องแจกอุปกรณ์กำหนด GPS กับฮุจญาจ

http://www.atimes.com/article/chinese-muslims-heading-for-mecca-given-gps-devices/

http://www.atimes.com

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจีนรายงานว่า รัฐบาลและสมาคมอิสลามแห่งประเทศจีน กระตุ้นให้ชาวจีนมุสลิมเดินทางไปทำฮัจญ์ ภายใต้การดำเนินการของรัฐบาล โดยจะมีการแจกอุปกรณ์กำหนดทิศทาง GPS ให้กับฮุจญาจในโครงการ เพื่อให้เกิดความสะดวก ง่ายดาย และปลอดภัย

รายงานดังกล่าวระบุว่า มุสลิมจีนที่จะเดินทางไปภายใต้โครงการของรัฐมีจำนวนกว่า 11,000 คน และจะใช้เวลาอยู่ที่มักกะฮ์ และมาดินะฮ์ 40 วัน

อุปกรณ์แสดงทิศทางดังกล่าว มีลักษณะคล้ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งจะบรรจุข้อมูล เช่น ภาพของฮุจญาจ เลขหนังสือเดินทาง ชื่อของเจ้าของเครื่อง ช่องทางการติดต่อข้อมูลในภาษาจีน และอังกฤษ มี QR Code ติดอยู่ด้านหลังของอุปกรณ์ และหากแสกนที่ QR Code นี้แล้ว จะสามารถติดต่อกับแอพ WeChat ที่ดำเนินการโดยสมาคมอิสลามแห่งประเทศจีน ที่จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับฮุจญาจ อาทิ กระดานข่าว ปฏิทินกิจกรรม สิ่งควรรู้สำหรับฮุจญาจ และรายชื่อสำหรับติดต่อเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น

อุปกรณ์นี้ยังมีปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือ SOS ซึ่งเมื่อกดแล้วจะมีการเตือนภัยไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแจ้งพิกัดสถานที่ และเวลา ณ ปัจจุบัน ของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

นอกจากนั้น เครื่องมือนี้ยังมีแอพ ที่จะแสดงเส้นทาง และสถานที่ที่ฮุจญาจชาวจีนกำลังเดินทางไป หรือไปถึงแล้ว เพื่อสามารถติดตามได้ง่าย และเพื่อความปลอดภัยของฮุจญาจด้วย

ในจำนวนฮุจญาจชาวจีนทั้งหมด มี 3,300 คน ที่มาจากส่วนอื่นของประเทศจีน (นอกเหนือจากพื้นที่ที่มีประชากรมุสลิมหนาแน่น ซึ่งได้แก่ เขตซินเจียง หนิงเซี๊ยะ และกานสู) จะอยู่ในโครงการนำร่องสำหรับการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว โดยจะมีการสำรวจและรวบรวมผลตอบรับเป็นข้อมูลด้วย

ฮุจญาจที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลจะต้องลงทะเบียนออนไลน์ และเปิดใช้งานอุปกรณ์ที่ได้รับแจก และรายงานกิจกรรมประจำวันไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

มัสยิดพังทลายโดยมีศรัทธาชนติดอยู่ภายใน เหตุแผ่นดินไหวล่าสุด 6.9 แม๊กนิจูดที่ลอมบ๊อก

https://www.thisisinsider.com/lombok-indonesia-earthquake-video-shows-mosque-destroyed-2018-8

http://www.thisisinsider.com

นายสุโตโป ปูรโว นูโกรโฮ โฆษกของหน่วยบรรเทาสาธารณะภัยของทางการอินโดนีเซีย ได้โพสท์คลิบวิดีโอเผยให้เห็นโดมมัสยิดแห่งหนึ่งพังลงมา ในเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แม็กนิจูด ที่เกาะลอมบ๊อก เมื่อค่ำวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา คาดว่าจะมีผู้ติดอยู่ภายในมัสยิดจำนวนมาก

คลิปดังกล่าวโพสท์เมื่อบ่ายวันที่ 6 สิงหาคม แสดงให้เห็นโดมสีเขียวของมัสยิดในหมู่บ้าน Landing-Landing ล้มลงมาและบุบบู้บี้ หนังสือพิมพ์รีพับลิก้า ของอินโดนีเซีย รายงานว่า มัสยิดแห่งนี้ชื่อ ญะบัล นูร

ยังไม่มีการยืนยันว่า เหยื่อที่ติดอยู่ในอาคารที่พังลงมามีจำนวนกี่คน เสียชีวิตหรือรอดชีวิตกี่คน นูโกรโฮ กล่าวเมื่อบ่ายวันนี้ ว่า กำลังพยายามให้ความช่วยเหลือและค้นหาอย่างเต็มความสามารถ ก่อนหน้านี้ ความพยายามในการกำหนดจุด และค้นหาเหยื่อแผ่นดินไหวเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากไม่มีเครื่องมือหนักสำหรับการรื้อถอน

ภาพที่เผยแพร่ผ่านอินสตาแกรมแสดงให้เห็นว่า บางส่วนของโครงสร้างคอนกรีตพังทลายลงมาทับรถยนต์ที่จอดอยู่อย่างน้อย 3 คัน

จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 98 ราย และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 100 คน ซึ่งนูโกรโฮ กล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตน่าจะเพิ่มขึ้นอีก หลังจากมีการเคลื่อนย้ายสิ่งปรักหักพังออกไป

อินโดนีเซียมีแน้วโน้มในการเกิดแผ่นดินไหวอยู่เนืองๆ เนื่องจากภูมิประเทศตั้งอยู่บน “วงแหวนแห่งไฟ – Ring of Fire” ซึ่งเป็นพื้นที่ใต้มหาสมุทรแปซิฟิค ที่มักจะเกิดการสั่นสะเทือน และการปะทุของภูเขาไฟเกิดขึ้น

Posted in อื่นๆ | Leave a comment