สมาชิก ISIS เหิม ชักชวนพวกหัวรุนแรงทำร้ายเจ้าชายจอร์จ ผ่านอินเตอร์เน็ท

https://scroll.in/latest/881035/britain-islamic-state-supporter-pleads-guilty-to-asking-people-to-target-prince-george-at-school

http://www.scroll.in

ฮุสเนน ราชีด ชาวแลงคาเช่อร์ วัย 32 ปี ผู้ฝักใฝ่และสนับสนุน ISIS ในประเทศอังกฤษ โพสต์ข้อความโฆษณาชวนเชื่อหลายพันข้อความผ่านทางอินเตอร์เน็ท และเรียกร้องให้มุสลิมหัวรุนแรงที่กระทำการโดยลำพัง จู่โจมทำร้ายเจ้าชายจอร์จ วัย 4 ชันษา ขณะอยู่ในโรงเรียน ถูกนำตัวขึ้นศาล สื่อเดอะการ์เดี้ยน รายงานว่า เขารับสารภาพในความผิด ที่โพสต์ข้อความดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา

ตามรายงานของตำรวจ ราชิด โพสต์ภาพถ่ายของโรงเรียนที่เจ้าชายจอร์จเพิ่งเข้าเรียน ซ้อนทับด้วยภาพเงาของผู้ก่อการร้ายที่สวมผ้าปิดหน้า 2 คน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2017 ผ่านทางบัญชีออนไลน์ ‘Lone Mujahid’ ที่เขาเป็นเจ้าของ พร้อมทั้งมีข้อความว่า “แม้กระทั่งพระราชวงศ์ก็จะไม่พ้นจากการติดตาม โรงเรียนเปิดเทอมเร็วๆ นี้”

ยิ่งกว่านั้น โพสต์ของราชิดยังสอนวิธีฉีดยาพิษไซยาไนด์ เข้าไปในผัก ผลไม้ ที่วางขายตามร้านขายของชำ และใส่ยาพิษลงในไอศกรีมที่ขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย

ก่อนหน้านั้น ราชิดปฏิเสธการกระทำความผิด แต่หลังจากนั้น 8 วัน เมื่อศาลเริ่มพิจารณาคดีในวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เขากลับใจรับสารภาพ 4 ใน 7 ข้อหาที่อัยการตั้งขึ้นฟ้องร้อง แต่อัยการกล่าวว่า เขาสารภาพเพราะจำนนด้วยหลักฐานมากกว่า

แอนดี้ มีคส์ เจ้าหน้าที่สอบสวนอาวุโส ระบุว่า ราชิดโพสต์ข้อความ 360,000 โพสต์ ลงในฟอรั่มต่างๆ ของแอพเทเลแกรม นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา

ผู้พิพากษา แอนดรู ลีส์ แห่งศาลวูลวิค คราวน์ กล่าวว่า จากพยานหลักฐานที่มีอยุ่มากมาย ราชิดอาจจะต้องใช้เวลาอย่างยาวนานในคุก หรืออาจจะถึงกับต้องติดคุกตลอดชีวิตก็เป็นได้

Advertisements
Posted in อื่นๆ | Leave a comment

มกอช.ลงนามความร่วมมือกับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ รับรองสินค้าฮาลาลไทยสู่เวทีโลก

วันนี้ (8 มิถุนายน 2561) : นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ลงนาม MOU ความร่วมมือด้านความร่วมมือระบบงานสินค้าฮาลาล (Halal Accredition) กับ Mr.Ahmed Al-Motiri  Director General หน่วยรับรองรองระบบงานของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (Accreditation Center : GAC) ในการประชุม APLAC/PAC General Assembly Meeting, Kyoto International conference center ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

การลงนามในครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการตรวจประเมินรับรองระบบงานในขอบข่ายสินค้าฮาลาล รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการ เช่น การสัมมนา ฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และข้อมูลทางเทคนิคด้านการรับรองระบบงานฮาลาล ตลอดจนแลกเปลี่ยนและให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคตามความต้องการของแต่ละฝ่าย เพื่อตรวจประเมินการรับรองระบบงานฮาลาล

ความร่วมมือดังกล่าว จะเป็นการสร้างเครือข่ายในการรับรองระบบงานสินค้าฮาลาล และสร้างความมั่นใจให้ประเทศผู้นำเข้าสินค้าฮาลาลจากประเทศไทย โดยเฉพาะ ประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับ ซึ่งจะเป็นช่องทางที่ช่วยให้สินค้าฮาลาลของประเทศไทยขยายตลาดได้เพิ่มมากขึ้น

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

อันวาร์ อิบราฮีม ระบุ การแต่งตั้ง ทอมมี่ โธมัส เป็นอัยการสูงสุดไม่มีผลกระทบต่อสถานะของอิสลามและคนมาลายู

https://www.channelnewsasia.com/news/asia/tommy-thomas-attorney-general-anwar-islam-malays-10393920

http://www.channelnewsasia.com

อะลอร์ กาจาฮ์ / มะละกา – อันวาร์ อิบราฮีม ผู้นำโดยพฤตินัยของกลุ่ม Pakatan Harapan กล่าวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ว่า การแต่งตั้งนายทอมมี่ โธมัส ขึ้นเป็นอัยการแผ่นดินคนใหม่ จะไม่มีผลกระทบต่อสถานะของอิสลาม รวมทั้งการมีเอกสิทธิ์พิเศษของชาวมาเลย์ในประเทศ

ทั้งนี้เป็นเพราะว่า บรรดาผู้ที่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งนี้จะมีพันธะผูกพันตามรัฐธรรมนูญของรัฐบาลกลาง และสามารถทำหน้าที่ได้ตามขอบเขตอำนาจที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญเท่านั้น

นายอันวาร์ กล่าวต่อไปว่า เขาได้ให้ความเชื่อมั่นต่อองค์ผู้ปกครองแห่งชาวมาเลย์ ในความห่วงใยที่พระองค์ได้แสงออกมา ว่า อัยการสูงสุดไม่สามารถฝ่าฝืนสิ่งที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญได้ และว่า ทอมมี่ โธมัส จะรักษาสถานะของศาสนาอิสลาม และผลประโยชน์ของชาวมาเลเซีย ตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ

ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน อันวาร์ อิบราฮีม กล่าวว่า สมเด็จพระราชาธิบดี ยังดี เปอร์ตวน อากง ของชาวมาเลเซีย ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องอื่นใด พระองค์เพียงต้องการความมั่นใจในสถานะของศาสนาอิสลาม รวมทั้งสิทธิของชาวมาลายู ที่จะต้องได้รับการคุ้มครอง พระองค์เข้าใจในสิทธิของนายกรัฐมนตรีในการแต่งตั้งอัยการสูงสุด ซึ่งพระองค์ต้องทรงลงพระนามแสดงการยอมรับในขั้นตอนสุดท้าย

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา พระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียลงพระนาอนุมัติการแต่งตั้งนายทอมมี่ โธมัส ขึ้นเป็นอัยการสูงสุดของมาเลเซีย ตามการเสนอแนะของนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด ซึ่งนายอันวาร์ กล่าวแสดงความเสียใจที่พรรคการเมืองบางพรรค พยายามที่จะสร้างความบาดหมางให้เกิดขึ้นระหว่างคณะรัฐบาล และสำนักพระราชวัง

อันวาร์กล่าวในท้ายที่สุดว่า ขอให้หยุดกระทบกระทั่งกัน โปรดให้เกียรติเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์ นี่คือโอกาสในการสร้างประเทศชาติ และปรับปรุงค่านิยมด้านศีลธรรม ขอให้เราก้าวไปข้างหน้า และดำเนินการสร้างประเทศชาติสมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ที่ได้มอบหมายอำนาจมาให้แล้ว

ทอมมี่ โธมัส เกิดที่กัวลาลัมเปอร์ ในปี พ.ศ. 2495 (อายุ 66 ปี) นับถือศาสนาคริสต์ จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ในปี 2516 เริ่มอาชีพทนายความในปี 2517 หลังจากนั้นได้ศึกษาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งลอนดอน ในปี 2518 และเริ่มงานในองค์กรวิชาชีพที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพทนายความในมาเลเซีย ในปีต่อมา

เขาเริ่มงานที่บริษัท Skrine & Co. และยกระดับตัวเองเป็นหุ้นส่วนของบริษัทในปี พ.ศ. 2525 ตั้งสำนักงานทนายความของตนเอง ชื่อ Tommy Thomas Advocates & Solicitors ในปี 2543

ในปี พ.ศ.2543 หน่วยงานด้านพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) แต่งตั้งเขาเป็นที่ปรึกษาอาวุโส เขายังเขียนหนังสือเกี่ยวกับกฎหมายหลายเล่ม และทำงานด้านกฎหมายมากว่า 40 ปี มีตำแหน่งต่างๆ มากมายในหลายองค์กร และมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศมาเลเซียในหลายช่วงตอน

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ครั้งแรก มักกะฮ์ใช้โดรนติดตามดูแลความปลอดภัยที่มัสยิดฮะรอมในเดือนรอมฎอน

https://www.thenews.com.pk/latest/318859-drones-to-manage-ramadan-crowd-in-makkahs-grand-mosque

http://www.thenews.com.pk

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทางฝ่ายรักษาความปลอดภัยมัสยิดฮะรอม จะใช้โดรนเพื่อติดตามดูแลฝูงชนที่ปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมฎอน

สื่อท้องถิ่นซาอุ ฯ รายงานอ้างการแถลงของ พลตรีโมฮัมเหม็ด อัล-อะฮ์มาดี รองผู้บัญชาการกองกำลังอุมเราะฮ์ ที่ระบุว่า มีการวางแผนในการบริหารจัดการในการติดตามดูแลศรัทธาชนผู้มาทำอุมเราะฮ์ในเดือนรอมฎอน ซึ่งรวมถึงการรักษาความปลอดภัยต่างๆ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

เขายังกล่าวต่อไปว่า ผู้แสวงบุญที่มีอาการเจ็บป่วย ไม่สบาย จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในมัสยิด ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง และผู้อื่นที่อยู่ภายใน อนึ่ง เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ผู้แสวงบุญนำกระเป๋าเดินทางเข้าไปในบริเวณลานมัสยิดด้วย

จากรายงานดังกล่าว นอกเหนือจากการใช้โดรนในการดูแลผู้แสวงบุญแล้ว แผนที่กำหนดด้านความปลอดภัยยังรวมถึงการใช้เครื่องบิน และกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ประมาณ 2,500 ตัว ที่จะคอยสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนด้วย

ทั้งนี้ มีการเกณฑ์ตำรวจราว 2,400 นาย พร้อมกับพลตระเวน 1,300 นาย เพื่อปฏิบัติการตามแผนรักษาความปลอดภัยรอบมัสยิดฮะรอมที่เตรียมไว้

พลตรี ฟาฮัด บิน มุตลัค อัล-ออสซัยมี ผู้อำนวยการตำรวจมักกะฮ์ กล่าวว่า ตำรวจมักกะฮ์ จะจัดแบ่งผู้แสวงบุญเป็นกรุ๊ปเพื่อให้สะดวกแก่การเข้า-ออกมัสยิดฮะรอมด้วย

Posted in อื่นๆ | Leave a comment