กัวเตมาลาจ่อย้ายสถานทูตไปเยรูซาเล็มตามลูกพี่ทรัมป์

จิมมี่ โมราเลส ประธานาธิบดีประเทศกัวเตมาลา ประกาศตัดสินใจย้ายสถานทูตกัวเตมาลา ที่ตั้งอยู่ในเทลอาวีฟ ไปอยู่ในเยรูซาเล็ม

ปาเลสไตน์ได้ออกมาประณามความคิดของประธานาธิบดีกัวเตมาลา โดยว่า เป็นความน่าไม่อาย ผิดกฎหมาย และยังตรงกันข้ามกับความต้องการของสันตะปาปา ที่เพิ่งกล่าวกับชาวคริสต์ และคนทั้งโลก จากกรุงวาติกัน และยังเป็นการละเมิดต่อข้อมติขององค์การสหประชาชาติด้วย

ในขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ได้กล่าวสรรเสริญโมราเลส ในที่ประชุมประจำสัปดาห์ของพรรคลิคุต และกล่าวขอให้พระเจ้าอวยพรให้แก่ประเทศทั้ง 2 คืออิสราเอล และกัวเตมาลา

กัวเตมาลา และประเทศเพื่อนบ้านฮอนดูรัส เป็น 2 ใน 9 ประเทศ ที่โหวตไม่เห็นด้วยกับมติสหประชาชาติ ซึ่งการพ่ายแพ้ในการโหวตครั้งนี้ ก่อให้เกิดการตอบสนองอย่างรุนแรงจากอิสราเอล โดยนอกจากจะแสดงการไม่ยอมรับในมติแล้ว เนทันยาฮู ยังได้ท้าทายว่า “เยรูซาเล็มเคยเป็นและจะเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลตลอดไป” และยังตั้งข้อสังเกตว่า มีหลายประเทศที่สนับสนุนรัฐยิว

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูแสดงความเห็นผ่านทางสถานีวิทยุทหาร เกี่ยวกับการย้ายสถานทูตของกัวเตมาลา ว่า ทูตอิสราเอลประจำกัวเตมาลา แมตตี้ โคเฮน ได้ระบุว่า ยังไม่ได้มีการกำหนดวันที่จะย้ายสถานทูตแต่อย่างใด และว่า มันคงจะเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐ ฯ ย้ายสถานทูตเข้าไปยังเยรูซาเล็มแล้ว ซึ่งวอชิงตันระบุว่า การย้ายสถานทูตอาจจะใช้เวลานานถึง 2 ปี

ในการเริ่มต้นโหวตของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ นิกกี้ ฮาเล่ย์ ทูตสหรัฐ ฯ ประจำ UN ได้กล่าวว่า วอชิงตัน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของ UN จะจดจำการลงคะแนนในวันนี้ ในขณะที่ ปธน.ทรัมป์ ข่มขู่จะถอนความช่วยเหลือจากประเทศต่างๆ ที่ลงคะแนนต่อต้านสหรัฐ ฯ แต่เขาได้หยุดกลางคัน โดยไม่ได้กล่าวเตือนถึงว่า สหประชาชาติอาจจะเสี่ยงจากการถูกถอนการสนับสนุนด้วย

ก่อนปี 1980 เมื่อรัฐสภาอิสราเอลผ่านกฎหมายเยรูซาเล็ม และประกาศให้เยรูซาเล็มทั้งเมือง เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ประเทศต่างๆ รวมทั้ง กัวเตมาลา โบลิเวีย ชิลี โคลัมเบีย เอกวาดอร์ เอล ซัลวาดอร์ ไฮติ เนเธอร์แลนด์ ปานามา เวเนซูเอล่า และอุรุกวัย ล้วนมีสถานทูตอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มทั้งสิ้น

หลังอิสราเอลประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว UN ได้ออกมาประณามว่าเป็นการละเมิดกฎหมายสากล และที่ประชุมสภาความมั่นคง ได้โหวตให้ประเทศต่างๆ ประท้วง โดยการย้ายสถานทูตออกจากเยรูซาเล็ม มาอยู่ยังเทลอาวีฟ ทั้งหมด

https://sputniknews.com/middleeast/201712251060309526-guatemala-jerusalem-embassy-move/

http://www.sputniknews.com

Advertisements
Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ทูตถาวรสหรัฐ ฯ ประจำ UN ออกแถลงการณ์ อิหร่านกำลังถูกประชาชนทดสอบ

หลังจากการประท้วงในอิหร่านผ่านไปได้ 3 วัน นิกกี้ ฮาเล่ย์ ทูตถาวรสหรัฐ ฯ ประจำสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังถูกประชาชนของตัวเองทดสอบ และว่า เราสวดมนต์อ้อนวอนขอให้เสรีภาพและสิทธิมนุษยชนจงประสบความสำเร็จ

การแสดงความเห็นของฮาเล่ย์ สะท้อนคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกล่าวก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐ ฯ จะจับตามองการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอิหร่านอย่างใกล้ชิด

ประธานาธิบดีทรัมป์ ทวีตข้อความว่า การประท้วงใหญ่ในอิหร่าน ในที่สุด ประชาชนเริ่มฉลาด รู้ว่าเงินและความมั่งคั่งของตนเองถูกฉ้อโกง และนำไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายในการก่อการร้ายอย่างไร

การประท้วงในอิหร่านเริ่มขึ้นที่เมืองมะชัด เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2017 ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย และถูกจับกุมหลายสิบคน หลังจากนั้นการประท้วงขยายไปยังเตหะราน และเมืองอื่นๆ

รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายใน อับดุลเรซ่า เราะฮ์มานี ฟัซลี่ กล่าวเตือนผู้ประท้วงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา ว่า พวกเขาจะต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสม ในการสร้างความวุ่นวาย และทำลายความสงบเรียบร้อยในสังคม

คำแถลงเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ของ นิกกี้ ฮาเล่ย์ นอกจากจะกล่าวถึงอิหร่าน ว่า “ประชาชนชาวอิหร่านที่ถูกกดขี่มาช้านานกำลังจะได้รับอิสรภาพ และรัฐบาลอิหร่านกำลังถูกประชาชนของตัวเองทดสอบ” แล้ว เธอยังกล่าวประณามการกดขี่ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ เวเนซูเอล่า และคิวบา ด้วย

http://www.middle-east-online.com/english/?id=86606ested

http://www.middle-east-online.com

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

5 สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการประท้วงในอิหร่าน

5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการประท้วงในอิหร่าน

ประการแรก การประท้วงเกิดขึ้นในเมืองมะชัด ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเตหะราน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 17 เริ่มจากการรณรงค์เพื่อต่อต้านเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง ซึ่งหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองมาจากการดำเนินนโยบายต่างประเทศของอิหร่าน ซึ่งทำให้ประเทศเข้าไปเกี่ยวข้องในความขัดแย้งระดับภูมิภาค อีกหลายคนกล่าวว่า การคว่ำบาตรกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน

วันที่ 29 ธันวาคม การประท้วงขยายตัวไปสู่กรุงเตหะราน และเมืองใหญ่อื่นๆ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ประชาชนหลายพันคนออกมาเดินประท้วงตามถนนเพื่อแสดงความไม่พอใจรัฐบาล หลายวันผ่านไปมีรายงานว่า ผู้ประท้วงถูกจับกุมแล้ว ประมาณ 400 คน ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 12 คน

การประท้วงขยายตัวจนมีผู้กล่าวว่า เป็นการชุมนุมประท้วงที่ใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเตหะรานออกมาร่วมประท้วง แต่ถูกตำรวจปราบจลาจล และกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลไล่กระเจิง และมีคลิปการปะทะกันที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย ในขณะที่รัฐบาลเข้มงวดการเข้าถึง แอพอินสตาแกรม และเทเลแกรม ในโซเชียลมีเดีย

ประการที่ 2 สำนักข่าวกึ่งทางการ Fars News รายงานว่า ผู้ประท้วงบางคนรณรงค์ต่อต้านการขึ้นราคาสินค้า การไม่มีงานทำ และเศรษฐกิจที่ไร้ความเท่าเทียม ส่วนคนอื่นๆ ตะโกนคำขวัญต่อต้านนโยบายต่างประเทศของรัฐบาล

อะลี ฟัตฮุลเลาะฮ์-เนฌอด จากสถาบัน Brookings Doha Center กล่าวว่า ประธานาธิบดีโรฮานีไม่ประสบความสำเร็จในนโยบายเศรษฐกิจ มีความคุกรุ่นอยู่ภายใต้ผิวหน้าที่ราบเรียบซึ่งเพิ่งปะทุขึ้นมา ในทางกลับกัน การปราบปรามทางการเมืองยังคงมีอยู่ ดังนั้น จึงมีทั้งความไม่พอใจทางสังคม-เศรษฐกิจ และการเมือง

บล็อกเกอร์ Potkin Azarmehr ซึ่งมุ่งประเด็นด้านกลุ่มที่สนับสนุนการปกครองแบบเซคิวล่าร์ และเรียกร้องประชาธิปไตยในอิหร่าน ซึ่งมีอยู่หลายกลุ่มที่ทำการประท้วงมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น จึงได้เห็นสโลแกนต่างๆ ที่รุนแรงมากขึ้น

ประการที่ 3 รัฐบาลอิหร่านตระหนักดีถึงความห่วงใยของประชาชนในด้านเศรษฐกิจ แต่ได้เตือนผู้ประท้วงที่มีพฤติกรรมสร้างความยุ่งยากจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ เช่น การทำลายทรัพย์สินสาธารณะ การทำลายกฎระเบียบควบคุมความสงบ และการฝ่าฝืนกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีกิจการภายในอิหร่านได้เรียกร้องประชาชนว่า อย่าเข้าร่วมกับการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย เอสฮัค ญาฮานกิรี รองประธานาธิบดีคนที่ 1 ของอิหร่าน กล่าวว่า ในขณะที่ผู้ประท้วงบางคนรณรงค์เรื่องเศรษฐกิจ ยังมีผู้ประท้วงอีกหลายคนที่กำลังพยายามล้มล้างรัฐบาล เขายังกล่าวว่า ดัชนีเศรษฐกิจในประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี และยอมรับว่ามีการขึ้นราคาสินค้า และรัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อควบคุมราคา

สำนักข่าว Mehr รายงานอ้างรองผู้ว่าราชการด้านความมั่นคงของแคว้น Lorestan ที่กล่าวว่า มีผู้ที่ทำการยุยงผู้ประท้วง ทำให้การประท้วงไม่อาจยุติลงอย่างสงบ เขายังกล่าวว่า มีมือที่ 3 จากต่างชาติเข้ามาสร้างสถานการณ์ โดยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในกลุ่มผู้ประท้วงที่ Dorud ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

ประธานาธิบดีโรฮานี กล่าวผ่านทางรายการโทรทัศน์ ว่า ชาวอิหร่านมีเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ และประท้วงรัฐบาล แต่ต้องไม่ให้เกิดความรุนแรง

ประการที่ 4 เสียงจากนานาชาติ ที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็ว คือ ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งทวีตเตือนการปฏิบัติอย่างไร้สิทธิมนุษยชนต่อผู้ประท้วง กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ฯ ร่วมประณามการจับกุมผู้ที่ประท้วงโดยสงบ และเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ สนับสนุนประชาชนอิหร่าน ซึ่งเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐาน และต้องการยุติการฉ้อฉลของรัฐบาล

กระทรวงการต่างประเทศแคนาดาออกแถลงการณ์สั้นๆ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมา ว่า กำลังจับตาดูการประท้วงอย่างใกล้ชิด และเรียกร้องให้ทางการอิหร่านปฏิบัติตาม และให้ความเคารพประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน

อนึ่ง มีการประท้วงเล็กๆ เกิดขึ้นในฝรั่งเศส และเยอรมันด้วย

ประการที่ 5 สิ่งที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การประท้วงขยายตัวเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยในตอนแรกคิดว่าจะเป็นเพียงการชุมนุม และตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาล และประธานาธิบดีเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่า ความไม่พอใจของชาวอิหร่านจะลึกซึ้งมากยิ่งกว่าที่เห็น โดยแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผยต่อประธานาธิบดี และเลยเถิดไปจนถึงผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณ ซึ่งก็คือ อะยาตอลเลาะฮ์อะลี คาเมเนอี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

http://www.aljazeera.com/news/2017/12/protests-iran-171231083620343.html

http://www.aljazeera.com

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

นักการทูตอิหร่านแจ้งข้อหาสหรัฐ ฯ ยุยงให้เกิดการประท้วง

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐ ฯ ว่ายุยงให้เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาล และว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการขององค์การสหประชาชาติ โดยการทวีตข้อความไร้สาระในการสนับสนุนให้ก่อความไม่สงบ

เมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา ฆุลามอะลี คูชรู เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ได้ยื่นจดหมายถึงเลขาธิการ อันโตนีโอ กูเตอร์เรส โดยจดหมายระบุว่า สหรัฐ ฯ ได้ล้ำเส้น โดยการปั่นหัวชาวอิหร่านให้เข้าร่วมในขบวนการสร้างความปั่นป่วน และว่าสหรัฐ ฯ ได้เพิ่มการกระทำที่เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน ภายใต้ข้ออ้างว่าสนับสนุนการประท้วงที่กระจายกันในหลายเมือง และยังวิพากษ์วิจารณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ได้สื่อสารกับผู้ประท้วงโดยตรงผ่านทางทวิตเตอร์ โดยยุยงให้ล้มรัฐบาล

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 คน และถูกจับกุมกว่า 450 คน นับตั้งแต่การประท้วงในอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยการประท้วงในตอนแรกมุ่งเน้นไปที่ความไม่พอใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และขยายไปเป็นในทางการเมือง

ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งออกคำสั่งห้ามชาวอิหร่านเดินทางเข้าสหรัฐ ฯ ได้ทวีตข้อความสรรเสริญผู้ประท้วง ว่า “ในที่สุดก็ได้ออกมาแสดงการต่อต้านอำนาจการปกครองของอิหร่านที่ป่าเถื่อน และฉ้อฉล” และว่า “โลกกำลังจับตาดูอิหร่านอยู่”

ในขณะเดียวกัน รองประธานาธิบดีเพนซ์ได้ทวีตให้การสนับสนุนผู้ประท้วง ว่า ให้ลุกฮือขึ้น และชาวอเมริกันผู้รักเสรีภาพควรให้กำลังใจ

เมื่อวันที่ 2 มกราคม นิกกี้ ฮาเล่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐ ฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า สหรัฐ ฯ จะหาทางให้สภาความมั่นคง และสภาสิทธิมนุษยชน เปิดการประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน

http://www.aljazeera.com/news/2018/01/iranian-diplomat-charges-inciting-protests-180104081813194.html

http://www.aljazeera.com

Posted in อื่นๆ | Leave a comment