มุสลิมฝรั่งเศสประณามการออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ตัดข้อความในอัล-กุรอาน

https://www.alaraby.co.uk/english/news/2018/4/24/french-muslims-blast-anti-semitism-letter-as-attack-on-islam

http://www.alaraby.co.uk

กลุ่มบุคคลในฝรั่งเศสได้ออกแถลงการณ์ และจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องร่วมลงชื่อ ให้มุสลิมตัดบางข้อความในอัล-กุรอานออก โดยอ้างว่า ข้อความเหล่านั้นได้ก่อให้เกิดความรู้สึกต่อต้านชาวยิวเพิ่มขึ้น

แถลงการณ์ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ปารีเซียง (Parisian newspaper) เมื่อปลายเดือนเมษายน ก่อให้เกิดความโกรธเคืองในหมู่มุสลิม โดยเนื้อหาในจดหมายดังกล่าวใส่ร้ายว่าอิสลามเป็นศาสนาแห่งความรุนแรง และได้ปฏิบัติการกวาดล้างชาวยิวในปารีสอย่างเงียบๆ จนทำให้ชาวยิวหลายครอบครัวต้องอพยพออกไป

ก่อนหน้านั้นมีชาวยิวในฝรั่งเศสจำนวนหนึ่งถูกมุสลิมหัวรุนแรงทำร้าย แต่จดหมายที่ชักชวนให้ลงชื่อ ได้ตำหนิศาสนาอิสลาม ทั้งๆ ที่เป็นการกระทำของคนที่มีความคิดสุดโต่งเพียงไม่กี่คน จดหมายดังกล่าวมีผู้ลงชื่อเกือบ 300 ชื่อ รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส ซาร์โกซี่ อดีตนายกรัฐมนตรี มานูเอล วอลส์ ดารา Gerard Depardieu ผู้สื่อข่าว Pascal Bruckner

แถลงการณ์ดังกล่าวเรียกร้องให้ตัดโองการในอัล-กุรอาน ที่กล่าวถึงการฆาตกรรมและลงโทษชาวยิว คริสเตียน และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา โดยให้เหตุผลว่า ข้อความเหล่านั้นเป็นเรื่องของสมัยโบราณ

อิหม่าม Tareq Oubrou แห่งมัสยิดกลางประจำเมืองบอคโด ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ชี้ให้เห็นว่า อิสลามไม่ใช่ศาสนาเดียวที่มีข้อความที่เก่าแก่ หรือผิดยุคสมัยปรากฏในคัมภีร์ และว่า คัมภีร์ส่วนมากจะมีข้อความที่มีความรุนแรงปรากฏอยู่ ไม่เว้นแม้แต่คัมภีร์ฉบับ Gospel ของศาสนาคริสต์ และว่า ผู้ที่ลงชื่อในแถลงการณ์ดังกล่าว ได้ตีความอัล-กุรอานอย่างไม่ถูกต้อง

นับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา มีชาวยิวในฝรั่งเศส 11 ราย ถูกฆาตกรรม หรือทำทารุณกรรม โดยกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม โดยคนร้าย 2 คน แทงหญิงชาวยิว

ตามตัวเลขสถิติของกระทรวงกิจการภายในประเทศ อาชญากรรมที่เกี่ยวกับการต่อต้านชาวยิวในฝรั่งเศส ลดต่ำลง 7 % โดยปี 2017 นับเป็นปีที่ 3 ที่มีสถิติลดลง

แม้ชาวยิวจะมีเพียงประมาณ 0.7 % ของประชากรในฝรั่งเศส แต่กลับมีบันทึกว่า 1 ใน 3 ของคดีอาชญากรรมที่มีเหตุจูงใจมาจากความเกลียดชัง เกิดขึ้นกับชาวยิว

ชาวยิวในฝรั่งเศสที่มีอยู่กว่า 5 แสนคน นับเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป แต่ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ชาวยิวในยุโรปอพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในอิสราเอล ตามคำชักชวนของรัฐบาลเนทันยาฮู และส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกต่อต้าน และรังเกียจ

Advertisements
Posted in อื่นๆ | Leave a comment

องค์กรการลงทุนของรัฐบาลกาต้าร์พิจารณาขายโรงแรม 3 แห่งในยุโรป

https://english.alarabiya.net/en/business/2018/05/01/Bloomberg-Qatar-Investment-Authority-considers-selling-three-hotels.html

http://www.english.alarabiya.net

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าว ที่ระบุว่า การลงทุนกาต้าร์ (Qatar Investment Authority – QIA) กำลังพิจารณาขายโรงแรม 3 แห่งในยุโรป โดยเป็นโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล (InterContinental hotel) ในเมืองคานน์ ประเทศฝรั่งเศส กรุงอัมสเตอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน

กาต้าร์ได้เริ่มใช้เงินกองทุนของประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยได้ตัดขายหุ้นบางส่วนใน Credit Suisse และ ทิฟฟานี การถอนเงินที่ไปลงทุนไว้ในต่างประเทศ เริ่มขึ้นหลังจากถูก 4 ประเทศอาหรับคว่ำบาตร ที่ผ่านมา กาต้าร์ขายหุ้นของ Lifestyle International ในฮ่องกงไปร้อยละ 23 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม และธุรกิจสาขาในประเทศจีน เป็นเงิน 665 ล้านดอลล่าร์

Qatar Diar ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในอาณัติของ QIA ประกาศขายหุ้นบริษัท Veolia ในฝรั่งเศสร้อยละ 4.6 บริษัทนี้ทำกิจการด้านการจัดหาน้ำ การกำจัดของเสีย พลังงานและบริการขนส่ง กาต้าร์มีรายรับจากบริษัทนี้ราว 640 ล้านดอลล่าร์ หลังจากการคว่ำบาตรโดยซาอุ ฯ เอมิเรสต์ บาห์เรน และอียิปต์ เพียงไม่นาน กาต้าร์ตัดใจสละการถือครองหุ้นในบริษัท Rosneft จากร้อยละ 9.75 เหลือเพียงร้อยละ 4.7

การสละส่วนแบ่งผลประโยชน์ในบรรษัท Credit Suisse เหลือร้อยละ 4.94 การขายหุ้นในบริษัทขายเพชรทิฟฟานีมูลค่า 417 ล้านดอลล่าร์ และการขายหุ้นในบริษัท Veolia ร้อยละ 4.6 เป็นเงินราว 640 ล้านดอลล่าร์

รายงานเกี่ยวกับพันธบัตรของกาต้าร์แสดงให้เห็นว่า การลงทุนกาต้าร์ได้เรียกเก็บเงิน 2 หมื่นล้านดอลล่าร์จากต่างประเทศ เพื่อพยุงธนาคารในประเทศ

การดำเนินการเกี่ยวกับการเงินเหล่านี้ เพื่อต่อต้านผลกระทบจากการคว่ำบาตร ซึ่งมีอิทธิพลต่อกระแสการเงินในประเทศ และวิกฤติสภาพคล่องของธนาคารในประเทศ

แหล่งข่าวยังระบุว่า หลังการถูกคว่ำบาตร มีเงินฝากที่อยู่ในบัญชีของผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้พำนักอาศัยในกาต้าร์ ถูกถอนออกไปถึง 3 พันล้านดอลล่าร์

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

นักรณรงค์ปาเลสไตน์ในเยรูซาเล็มปฏิเสธอาหารบริจาคจากเอมิเรตส์

https://www.middleeastmonitor.com/20180519-palestinians-in-jerusalem-reject-ramadan-meals-provided-by-uae/

http://www.middleeastmonitor.com

นักรณรงค์ในเยรูซาเล็มเผยแพร่ข้อความติดแฮชแท๊ก #we are not hungry ผ่านทางทวิตเตอร์ เพื่อแสดงการปฏิเสธอาหารละศีลอดที่บริจาคโดยเอมิเรตส์ ให้แก่ผู้ที่มาเยือนมัสยิดอัล-อักซอ โดยให้เหตุผลว่า เอมิเรตส์มีส่วนร่วมกับอิสราเอลในการยึดครองปาเลสไตน์ โดยส่งทีมปั่นจักรยานเข้าร่วมในการแข่งขัน ปั่นจักรยานนานาชาติ Giro d’Italia ซึ่งมีเส้นทางผ่านเขตยึดครองเยรุซาเล็ม และการแข่งขันจัดขึ้นตรงกับ Nakba Day หรือวันแห่งความวิปโยคของชาวปาเลสไตน์ ครบรอบ 70 ปี

คณะกรรมการโอลิมปิกปาเลสไตน์ ได้ออกมาประณามการส่งทีมนักปั่นเอมิเรตส์ เข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ โดยว่า เป็นการทรยศต่อการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวปาเลสไตน์

สื่อท้องถิ่นของอิสราเอล รายงานว่า เอมิเรตส์ได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราอล ดังเห็นได้จากการที่รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมอิสราเอล ได้รับคำเชิญไปเยือนเอมิเรตส์ รายงานยังอ้างคำกล่าวของรัฐมนตรี ว่า เขาคาดหวังจะได้รับการเยือนตอบแทนจากฝ่ายเอมิเรตส์เร็วๆ นี้

สำนักข่าว AP และวอชิงตัน โพสต์ ยังรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ยูเซฟ อัล-โอตัยบา และอับดุลเลาะฮ์ บิน รอชีด อัล-คอลิฟา ทูตเอมิเรตส์ และทูตบาห์เรน ไปพบปะกับนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในกรุงวอชิงตัน

ทั้งนี้ บาห์เรนยังส่งทีมนักปั่นไปเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วย และในความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลบาห์เรนได้ส่งคณะผู้แทนไปยังอิสราเอลแล้ว และคณะยังได้ไปเยือนเยรูซาเล็ม เพียงไม่กี่วันหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศรับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ในเดือนธันวาคม 2560

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรนกล่าวให้ความเห็นว่า การประกาศของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นเพียงประเด็นรอง และว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าไปผูกพันต่อสู้กับสหรัฐ ฯ ในประเด็นปลีกย่อยเหล่านี้ ซึ่งชาวปาเลสไตน์ตอบโต้ ว่า คำพูดที่เขากล่าวออกมาแสดงถึงว่า เขาคงติดเชื้อวัฒนธรรมของชาวยิวไปเสียแล้ว

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

นายกฯเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงละศีลอดเดือนรอมฎอน

21 พฤษภาคม 2018

นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอน ปี 2561 ชื่นชมพี่น้องมุสลิมฝึกความอดทน-จิตใจให้มีสติหนักแน่น สร้างสรรค์สังคมสันติสุข

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหังหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอน ปี ฮ.ศ. 1439 แก่ผู้แทนเอกอัครราชทูตมุสลิมประจำประเทศไทย ผู้นำทางศาสนาอิสลาม ประกอบด้วยท่านจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย รวมทั้งคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศ ตลอดจนคณะบุคคลสำคัญจากวงการต่าง ๆ ของชุมชนมุสลิมในประเทศไทย จำนวนประมาณ 350 คน โดยมีคณะรัฐมนตรีบางส่วนเข้าร่วม

ในโอกาสนี้ได้อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า เดือนรอมฎอนถือเป็นเดือนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ประเสริฐสุดที่พระอัลลอฮ์ได้ประทานพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ให้พี่น้องมุสลิมได้ศึกษาสิ่งที่พระเป็นเจ้าต้องการให้มนุษย์ได้ยึดถือปฏิบัติในการดำเนินชีวิต และประพฤติตนตามหลักศาสนบัญญัติ เพื่อสร้างคุณงามความดีให้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้ปฏิบัติ และสร้างสังคมให้มนุษย์ได้อยู่ร่วมกันด้วยสันติสุข ซึ่งการศึกษาพระคัมภีร์อัลกุรอานจึงถือเป็นการเข้าถึงองค์พระอัลลอฮ์อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาล ขอชื่นชมพี่น้องมุสลิมที่ได้ปฏิบัติถือศีลอด ด้วยจิตใจและศรัทธาที่เข้มแข็งมั่นคง ดำรงตนให้อยู่ในหลักศาสนา และขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากความโกรธแค้น ความขุ่นข้องหมองใจ ได้ฝึกความอดทน อดกลั้นต่ออุปสรรค และความยากลำบากต่างๆ รวมทั้งฝึกฝนจิตใจให้เป็นผู้มีสติ และมีความหนักแน่น ซึ่งจะบังเกิดผลต่อการสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีสันติสุขอย่างยั่งยืนตลอดไป

Posted in อื่นๆ | Leave a comment