มุสตา-ริบีน – สายลับยิวแฝงตัวในหมู่อาหรับ เป็นหน่วยงานลับที่มีมานานหลายสิบปี

http://www.aljazeera.com/news/2017/12/musta-israel-agents-pose-palestinians-171218061118857.html

http://www.aljazeera.com

ด้วยการแต่งตัวเหมือนผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์ ด้วยการพูดด้วยสำเนียงและสำนวนเดียวกัน ด้วยการแสดงท่าทางที่คล้ายคลึง มีการปิดบังอำพรางใบหน้าด้วยผ้ากาฟิยะฮ์ ด้วยการตะโกนคำขวัญต่อต้านทหารอิสราเอล และยังขว้างก้อนหินไปในทิศทางนั้น ในขณะเดียวกัน พวกเขาชักนำผู้ประท้วงเข้าไปใกล้กลุ่มทหารยิวมากขึ้นทุกที

ในทันทีทันใด พลิกผัน คนกลุ่มนี้กลับหลังหันสู่ผู้ประท้วงปาเลสไตน์ ควักปืนที่ซุกซ่อนไว้ออกมายิงขึ้นฟ้า คว้าตัวผู้ประท้วงที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วคว่ำเขาลงกับพื้น หลังจากนั้นทหารยิวพุ่งเข้ามาใกล้พร้อมจับตัวผู้ประท้วงปาเลสไตน์ที่เคราะห์ร้าย ในขณะที่พวกที่เหลือแตกหนีกระเจิง ตะโกนกู่ร้องเตือนคนอื่นๆ ว่า มันคือพวก มุสตา-รีบีน

มุสตา-ริบีน – Musta’ribeen หรือในภาษาฮิบรู คือ mista’arvim เป็นศัพท์ภาษาอาหรับที่ผันมาจาก ‘musta’rib หรือ มุสตาริบ’ ซึ่งในความหมายของหน่วยรักษาความมั่นคงของยิว มันคือ สมาชิกของหน่วยที่ปลอมตัวเป็นชาวอาหรับ และปฏิบัติภารกิจอยู่ในใจกลางชุมชนชาวปาเลสไตน์ หรือในประเทศอาหรับอื่นๆ

สายลับพวกนี้ได้รับการอบรมอย่างเข้มงวด ให้สร้างรูปแบบความคิดและการปฏิบัติเลียนแบบชาวปาเลสไตน์ และเข้าไปปฏิบัติการต่างๆ ในดินแดนที่ยิวยึดครองไว้ Antoine Shalhat ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการอิสราเอล กล่าวว่า ภารกิจหลักของพวกเขาคือการ รวบรวมข้อมูล ข่าวกรอง จับกุมชาวปาเลสไตน์ และ ต่อต้านปฏิบัติการของกลุ่มก่อการร้ายในสายตาของพวกเขา ซึ่งก็คือชาวปาเลสไตน์ที่ถูกพวกเขากดขี่นั่นเอง

มุสต-าริบีน หน่วยแรกก่อตั้งขึ้นในปี 1942 ก่อนการก่อตั้งรัฐอิสราเอลเสียอีก หน่วยนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Palmach ซึ่งเป็นส่วนบนสุดของกองกำลังฮากานาฮ์ (Haganah) ซึงต่อมากลายเป็นแกนนำหลักของกองทัพอิสราเอล ไม่มีใครล่วงรู้รายละเอียดเกี่ยวกับหน่วยนี้มากนัก เนื่องจากมีการทำงานในทางลับ กองทัพอิสราเอลยุบหน่วยนี้หลังจากมีการเปิดเผยเรื่องราวขึ้น และจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นทดแทนอีกหลายหน่วย

สมาชิกของหน่วยนี้ต้องพูดอาหรับได้คล่องเสมือนกับเป็นภาษาของเขาเอง พวกเขาต้องเข้าคอร์สเพื่อฝึกพูดภาษาถิ่นของชาวปาเลสไตน์ และออกสำเนียงให้ได้เหมือนกับชาวอาหรับในพื้นที่ที่เขาได้รับมอบหมายให้เข้าไปทำงาน ซึ่งอาจจะเป็นเยเมน หรือตูนีเซีย แต่ละคอร์สใช้เวลา ระหว่าง 4 – 6 เดือน ซึ่งรวมทั้งการฝึกให้เชี่ยวชาญในขนบธรรมเนียม ประเพณี และการปฏิบัติศาสนกิจ เช่น ถือศีลอด ละหมาด มีการใช้เครื่องสำอาง วิกผม ในการปลอมแปลงตัว แต่ก่อนหน้านั้นก็จะเลือกคนที่มีขนาดร่างกายใกล้เคียงกับชาวอาหรับด้วย กว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นอาจต้องใช้เวลาเข้าคอร์สนานถึง 15 เดือน ซึ่งรวมถึงการฝึกภาคสนาม เช่น ขับรถ การซุ่มโจมตี การทำตัวกลมกลืนกับฝูงชนจัดตั้งของชาวปาเลสไตน์ และการฝึกอาวุธ

หน่วยที่มีชื่อเสียงที่สุดคือหน่วย ไรม่อน – Rimon ก่อตั้งในปี 1978 และยังคงปฏิบัติงานจนถึงปี 2005 โดยงานหลักพุ่งเป้าไปในฉนวนกาซ่า อีกหน่วยหนึ่งที่ทำงานเน้นในกาซ่าเช่นกัน คือ Shimshon ซึ่งปฏิบัติงานในช่วงปี 80– 90ที่เหลือคือหน่วย Duvdevan 217 ที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในกองทัพ ถูกจัดตั้งขึ้นระหว่างปี 1980 โดยอดีตนายกรัฐมนตรี เอฮุต บารัค เน้นปฏิบัติงานในเขตเวสต์ แบ๊งค์ และถูกมองว่าเป็นหน่วยที่มีผลงานที่ดีที่สุด

2 สัปดาห์ หลังจากที่ทรัมป์ประกาศรับรองเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์จัดการประท้วงกันอย่างกว้างขวาง จนถูกปราบปรามจากทหารอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย ระหว่างการประท้วงทางตอนเหนือของเมืองรามัลเลาะฮ์ ใกล้กับนิคมยิว เบท อิล (Bet Il settlement) มุสตา-ริบีนกลุ่มหนึ่งได้เข้าแทรกแซงการประท้วง และจับกุมเยาวชนชายชาวปาเลสไตน์ 3 คน

ตามรายงานของนักข่าวสาว Rasha Harzallah สังกัดสำนักข่าวทางการ Wafa พวกนี้แต่งตัวเหมือนผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์ทุกอย่าง แต่กลับขว้างระเบิดควันใส่กลุ่มผู้ประท้วง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขายืนอยู่ในฝั่งผู้ประท้วง และขว้างก้อนหินใส่กลุ่มทหารอิสราเอล

Advertisements
Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ชาติอาหรับสุดปลื้มเข้ารอบฟุตบอลโลกปีนี้มากที่สุด

http://www.middle-east-online.com/english/?id=8601

http://www.middle-east-online.com

อียิปต์ โมร็อกโก ซาอุดีอาระเบีย และตูนีเซีย ยกแผงเข้ารอบในการแข่งขันเพื่อคัดทีมสำหรับฟุตบอลโลก ปี 2018 ซึ่งจะจัดที่ประเทศรัสเซีย นับเป็นครั้งแรกที่ 4 ประเทศอาหรับจะเข้าร่วมการแข่งขัน และมีโอกาสจะได้เฉลิมฉลองในช่วงที่ภูมิภาคขาดไร้ซึ่งความมั่นคงแน่นอน

ซาอุ ฯ เป็นทีมแรกที่เข้ารอบกลุ่ม B โดยเอาชนะทีมชาติญี่ปุ่น 1-0 ในการแข่งที่เจดดะฮ์ ในเดือนต่อมา อียิปต์เข้ารอบเป็นประเทศที่ 2 ด้วยการยิงลูกโทษเอาชนะทีมจากคองโกโดยโมฮัมเหม็ด ซาละฮ์ ปีกของลิเวอร์พูล

ทีมประเทศโมร็อกโกเอาชนะทีมจากประเทศโคต์ เดอ วัวร์ 2 – 0 เข้ารอบในกลุ่ม C และในวันเดียวกัน ทีมจากตูนีเซียก็สร้างสถิติอีกครั้งหนึ่งกับประเทศลิเบีย

นอกจากมีการเฉลิมฉลองกันในประเทศอาหรับทั้ง 4 แล้ว ยังมีการจัดฉลองในหมู่คนเชื้อสายแอฟริกาเหนือ ที่อาศัยอยู่ในยุโรปด้วย

กษัตริย์โมฮัมเหม็ด ที่ 6 แห่งโมร็อกโก ถึงขนาดโทร.ไปแสดงความยินดีกับผู้จัดการทีม Herve Renard และกัปตันทีม เมห์ดี เบเนเทีย ในทันทีที่จบการแข่งขัน

การแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซียในปีนี้ (2018) จะมีทีมจากประเทศอาหรับเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุด โดยครั้งที่จัดขึ้นในฝรั่งเศสเมื่อปี 1998 มีเพียง โมร็อกโก ซาอุ ฯ และตูนีเซีย ที่เข้ารอบแรก แต่ไม่มีประเทศใดผ่านเข้ารอบ 2 ไปได้เลย และในปีนี้ ชาวอาหรับเชื่อมั่นว่า คงจะมีทีมจากชาติอาหรับสักทีมหนึ่งเข้ารอบลึกๆ ไปได้ เพื่อพวกเขาจะได้มีทีมจากประเทศที่มีเชื้อชาติเดียวกันไว้ให้เชียร์นานๆ

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

จอร์แดนเร่งหาวิธีบูมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา

http://www.middle-east-online.com/english/?id=86009

http://www.middle-east-online.com

จากการที่เป็นประเทศที่มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศาสนา ทั้งอิสลามและคริสเตียน จอร์แดนกำลังใช้การท่องเที่ยวเชิงศาสนาเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทั้งๆ ที่ประเทศตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ปราศจากความมั่นคง และความยุ่งยาก ซึ่งนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง

ในจอร์แดนมีสถานที่สำคัญทางศาสนาอิสลามรวมทั้งสถานที่ฝังศพบุคคลสำคัญ 35 แห่ง สถานที่สำคัญทางศาสนาคริสต์ 34 แห่ง ซึ่งกำลังหาทางในการส่งเสริมการตลาดอย่างกว้างขวาง

คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งจอร์แดน (JTB) เป็นหน่วยงานเอกเทศของรัฐที่มีเอกชนเข้ามาร่วมทำยุทธศาสตร์การตลาด เพื่อสร้างแบรนด์ ตำแหน่ง และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจอร์แดน ซึ่งอ้างว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวมุสลิมในประเทศอาเซียน รวมทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า จอร์แดนเดินมาถูกทางแล้วในด้านการท่องเที่ยว

อะเบท อัล- ราซซัค อะราบิยัต ผู้อำนวยการ JTB กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวจากอินโดนีเซีย และอินโดนีเซียที่พักค้างคืน ณ สถานที่สำคัญทางศาสนา เพิ่มขึ้นถึง 60 % และ 15% ตามลำดับ ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวอิตาลี เพิ่มขึ้น 43 % ซึ่งบ่งชี้ถึงสถานะที่เข้มแข็งในด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนา

อัล-ราซซัค ยังกล่าวว่า ทางการท่องเที่ยวได้ระดมทุกความพยายาม เพื่อสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวทั้งมุสลิม และคริสเตียน ด้วยการวางแผนดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ที่มีเรื่องราวทางศาสนาที่สำคัญ เช่น ในปีนี้มีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานคริสต์มาส ให้กับผู้ที่มาเยือน Madaba และ Fuheis เช่นเดียวกับที่จัดในเมืองเบธเลเฮม

ทั้งนี้ JTB ได้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษที่ทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมสถานที่เกี่ยวกับอิสลาม และศาสนาที่มีคัมภีร์อื่นๆ โดยมีการเป็นเจ้าภาพเชิญผู้นำศาสนาจากประเทศแถบอ่าว และบาทหลวงจากทั่วโลก ซึ่งมีส่วนช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้น

หนึ่งในปัญหาที่ท้าทาย คือ ค่าเครื่องบินมายังจอร์แดนมีราคาแพงกว่าค่าเครื่องบินไปอิสราเอลหลายเท่า ซึ่งมีผลกระทบต่อนักจำนวนนักท่องเที่ยวชาวคริสต์ ที่จะมาเยือนฝั่งแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่พระเยซูได้ถูกทำแบบติสม์

องค์กรการท่องเที่ยวโลก ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ มี่หน้าที่รับผิดชอบในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการเข้าถึงได้โดยนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้แสวงบุญเดินทางมาเยือนสถานที่สำคัญทางศาสนาที่ตั้งอยู่ทั่วโลกประมาณ 300 – 350 ล้านคน โดยมีการจัดทริปด้านศาสนาประมาณ 600 ทริป และร้อยละ 40 ของจำนวนนี้ เกิดขึ้นในประเทศยุโรป

สถานที่ทำแบบติสม์ของพระเยซู เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางศาสนาคริสต์ในจอร์แดน ที่มีผู้มาเยือนถึง 48.335 คนในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาในช่วงเดียวกัน ซึ่งมีเพียง 37,604 คน

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ยิวหัวรุนแรงประณามประธานาธิบดีหลังไม่นิรโทษกรรมทหารยิวยิงชาวปาเลสไตน์ที่บาดเจ็บ

http://www.middle-east-online.com/english/?id=86019

http://www.middle-east-online.com

เยรูซาเล็ม – ตำรวจอิสราเอลประกาศดำเนินการสอบสวน หลังมีผู้เผยแพร่ภาพตัดต่อด้วยโฟโต้ช้อป เป็นภาพประธานาธิบดีอิสราเอล รูเวน ริฟลิน (Reuven Revlin) สวมผ้าที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวปาเลสไตน์

ทั้งนี้ ปธน.ริฟลิน ได้ปฏิเสธการนิรโทษกรรม พลทหารอีลอร์ อาซาเรีย (Elor Azaria) ซึ่งต้องโทษฐานฆาตกรรมชาวปาเลสไตน์ โดยเขาได้ใช้ปืนยิงไปยังชาวปาเลสไตน์ที่นอนบาดเจ็บอยู่บนพื้นจนตาย เหตุเกิดเมื่อเดือนมีนาคม 2016

นักการเมืองขวาจัดของอิสราเอลได้วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของประธานาธิบดีเรฟลิน โดยรัฐมนตรีวัฒนธรรม มิริ เรเกฟ ถึงขนาดกล่าวหาว่า ประธานาธิบดีทอดทิ้งทหารหาญ และสร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันการนิรโทษกรรม

ในหน้าเฟสบุ๊กของประธานาธิบดี มีทั้งข้อความที่สนับสนุนการตัดสินใจของเขา และวิจารณ์อย่างหนักว่า เขาไม่ได้เป็นประนาธิบดีชองชาวอิสราเอลอีกต่อไป รวมทั้งข้อความที่ว่า เขากำลังประจบเอาใจชาวอาหรับและนักการเมืองฝ่ายซ้าย นายโอเร็น ฮาซัน ส.ส.พรรคลิคุด เรียกร้องให้รีฟลินลาออก และว่า ควรเปลี่ยนให้รัฐสภาเป็นผู้มีอำนาจนิรโทษกรรมแทนที่จะเป็นประธานาธิบดี

ภาพตัดต่อที่แพร่หลายทางอินเตอร์เน็ต เป็นภาพประธานาธิบดีรีฟลิน กำลังยิ้มโดยมีภาพด้านหลังเป็นหนังสือ และสัญลักษณ์ของชาวปาเลสไตน์ พร้อมข้อความ “รีฟลินเด็กยิวผู้ทรยศ ขอให้ชื่อและความทรงจำของเขาถูกสาปแช่ง” เป็นภาษาฮิบรู

ในปี 1995 เคยมีการเผยแพร่ภาพโปสเตอร์ของนายกรัฐมนตรียิตซัค ราบิน สวมผ้าคลุมกาฟิยะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของยัสเซอร์ อารอฟัต ผู้นำชาวปาเลสไตน์ ก่อนเขาจะถูกลอบสังหารโดยกลุ่มยิวสุดโต่ง ด้วยข้อกล่าวหาว่า หักหลังต่อผลประโยชน์ของชาวอิสราเอล

เพื่อความปลอดภัย สำนักประธานาธิบดีได้ประกาศเลื่อนพิธีเก็บเกี่ยวผลมะกอก ที่บ้านพักประธานาธิบดีในเยรูซาเล็ม ซึ่งกำหนดไว้ในตอนเช้าวันจันทร์

พลทหารอาซาเรีย มีกำหนดพ้นโทษจำคุกในเดือนตุลาคม 2018

Posted in อื่นๆ | Leave a comment