รัฐบาลดึงดร.วินัย ดะห์ลันร่วมปฏิรูปด้านสังคม เผยเป็นหนึ่งเดียวจากมุสลิมใน 11 คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ  “หมอพรทิพย์-ทนายสงกานต์” ปฏิรูปยุติธรรม “ดร.เสรี” ปฏิรูปสื่อ รวมพลคนดังเพียบรวมเกือบ 150 คน


        รัฐบาลตั้ง 11 คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ดึง“ดร.วินัย ดะห์ลันร่วมปฏิรูปด้านสังคม หมอพรทิพย์-ทนายสงกานต์” ร่วมชุดปฏิรูปยุติธรรม ด้านสื่อมวลชนดึง “ปลัดจิรชัย” ประธาน “พ่วงคนวิชาชีพสื่อ “ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์-เสรี วงษ์มณฑา-สุทธิชัย หยุ่น” นั่งกรรมการ ด้านสาธารณสุข ตั้ง “หมอเสรี ตู้จินดา” เป็นประธาน กลุ่มพลังงาน คนหน้าเดิม “พรชัย-มนูญ-ปิยสวัสดิ์” กลุ่มป้องกันทุจริต ดึงอดีต ป.ป.ช. “กล้าณรงค์-วิชา” ร่วม ส่วนคณะอื่นคนดังเพียบ


        เมื่อวันที่ 15 ส.ค.60 เวลา 14.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมเห็นชอบคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ตามประกาศพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 จำนวน 11 คณะ คณะละ 13-14 คน โดยประมาณ รวมทั้งสิ้นราว 150 คน โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี และมีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ 6 ประการ สรุปพอสังเขปได้ดังนี้


1. กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 2. พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแผนการปฏิรูปประเทศ 3. กำหนดวิธีการการมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศ 4. เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อเสนอแนะต่อรัฐสภาคณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ 5. กำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องใช้ในการประเมินผล และ 6. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย  อื่นหรือตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมอบหมาย

สำหรับรายชื่อคณะกรรมการทีได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี มีรายชื่อดังนี้


       1. ด้านการเมือง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน นายธีระภัทร์ เสรีรังสรรค์ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย นางนรรัตน์ พิมเสน นายวันชัย สอนศิริ นางฐะปาณีย์ อาจารวงศ์ นายรวี ประจวบเหมาะ

        

 2. ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฤษฎา บุญราช เป็นประธาน คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ นายบัณฑูร ล่ำซำ นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ นางเบญจวรรณ สร่างนิทร พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ นายถวิล เปลี่ยนศรี นายกานต์ ตระกูลฮุน นายอาศิส อัญญะโพธิ์ นายประหยัด พวงจำปา นายสุรพงษ์ มาลี


          3. ด้านกฎหมาย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ นางสุดา วิศรุตพิชญ์ นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ นายประภาศ คงเอียด พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ นายพีรพิชญ์ วงศ์วัฒนศานต์

       

       4. ด้านกระบวนการยุติธรรม นายอัชพร จารุจินดา ประธาน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายสราวุธ เบญจกุล นายวันชัย รุจนวงศ์ ว่าที่ร้อยตรี ถวัลย์ รุยาพร นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน นายตระกูล วินิจนัยภาค พล.ท.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์

       

       5. ด้านเศรษฐกิจ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธาน นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นายอิสระ ว่องกุศลกิจ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล นายสว่างธรรม เลาหทัย นายชาติศิริ โสภณพนิช นายสมชาย หาญหิรัญ นางปัทมา เธียรวิศิษฎ์สกุล

       

       6. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายรอยล จิตรดอน ประธาน นายบัณฑูร เศรษฐศิโรฒน์ นายขวัญชัย ดวงสถาพร นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายสัญชัย เกตุวรชัย นายภาวิญญ์ เถลิงศรี นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ นางสาวลดาวัลย์ คำภา

       

       7. ด้านสาธารณสุข นพ.เสรี ตู้จินดา ประธาน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ นพ.ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย นายสมชัย จิตสุชน นายพาณิชย์ เจริญเผ่า นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล นพ.โสภณ เมฆธน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นพ.ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล

 

       8. ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ นายจิระชัย มูลทองโร่ย ประธาน พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร นายธงชัย ณ นคร นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด ร.อ.ประยุทธ เสาวคนธ์ นายเสรี วงษ์มณฑา นางกนกทิพย์ รชตะนันทน์ นายสุทธิชัย หยุ่น นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ นางปาริชาตสถาปิตานนท์

       

       9. ด้านสังคม นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธาน นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายวิเชียร ชวลิต นายวินัย ดะห์ลัน นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ นายสมเดช นิลพันธุ์ นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ นายไมตรี อินทุสุต นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ

       

       10. ด้านพลังงาน นายพรชัย รุจิประภา ประธาน นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ นายมนูญ ศิริวรรณ นายดุสิต เครืองาม นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ นายดนุชา พิชยนันท์ นายกวิน ทังสุพานิช

       

       11. ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน นายกล้านรงค์ จันทร์ทิก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นายเจษฎ์ โทณวณิก นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต นายมานะ นิมิตรมงคล นายวิชา มหาคุณ นายวิชัย อัศรัสกร พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ นายอนุสิษฐ คุณากร นายอุทิศ ขาวเธียร นายประยงค์ ปรียาจิตต์ 


พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่าคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้านจะมีอายุคราวละ 5 ปี โดยที่ประชุมครม.วันเดียวกันนี้แต่งตั้งทั้งสิ้น 120 คน เหลืออีก 45 คนจะได้พิจารณาแต่งตั้งเพิ่มต่อไป ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เคยสั่งการให้มีข้าราชการประจำน้อยที่สุด ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.นี้เป็นต้นไป
“คณะกรรมการทั้ง 11 คณะ จะมีการประชุมเพื่อยกร่างแผนการปฏิรูปในด้านต่างๆ จากนั้นจะนำแผนของแต่ละคณะมารวมกันเพื่อกำหนดเป็นแผนปฏิรูประดับชาติ โดยคาดว่าแผนการปฏิรูประดับชาตินั้นจะใช้เวลา 8 เดือน ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2561 ทั้งนี้ตามพ.ร.บ.ปฏิรูป นั้นได้กำหนดวิธีการทำงาน เช่น 1. มีหัวข้อในการปฏิรูปตามที่รัฐธรรมนูญและครม.กำหนด 2.ระบุกลไก วิธีการ ขั้นตอน และผลลัพธ์ของการปฏิรูปในแต่ละด้าน พร้อมมีตัวชี้วัดด้วย 3.ผลสัมฤทธิ์ในช่วงระยะเวลา เช่น 5 ปี 4.กฎหมายที่ต้องออกเพื่อให้กลไกการปฏิรูปเดินหน้าไปได้มีหน่วยงานใดบ้างที่จะต้องปฏิบัติ ใช้งบประมาณจำนวนเท่าใด” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว


พล.ท. สรรเสริญ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จะเห็นว่าแต่ละคณะมีรายละเอียดในการปฏิบัติที่ชัดเจนทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ขั้นตอน กลไก ผลลัพธ์ ฯลฯ และหลังจากนั้นทั้ง 11คณะจะต้องติดตามการทำงานของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ รัฐสภา ศาล กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ และหน่วยงานอื่นๆ จะต้องถูกติดตามโดยคณะกรรมการปฏิรูปแต่ละด้าน จากนั้นจะต้องทำรายงานเสนอครม.และรัฐสภาให้รับทราบถึงผลการดำเนินงานจึงจะเห็นว่าทั้ง 11 คณะนั้นคุ้มค่ากับการแต่งตั้ง
“คำถามยอดฮิตคือถ้าหน่วยงานใดไม่ทำตามคณะกรรมการปฏิรูป จะทำอย่างไร เรื่องนี้ ได้ให้มีการเจรจาพูดคุยเพื่อขอทราบเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ทำ ถ้าสามารถรับฟังได้ก็ค่อยว่ากัน แต่ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ให้รายงานนายกฯ หรือรายงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่จะแต่งตั้งขึ้นตามพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ดำเนินการกับหน่วยงานเหล่านี้ได้” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
สำหรับ ค่าตอบแทนของคณะกรรมการปฏิรูป ไม่มีเงินเดือน จะมีเพียงเบี้ยประชุม รายครั้ง ครั้งละ 6,000บาท คาดว่าจะประชุมสัปดาห์ละไม่เกิน 2 ครั้ง ดังนั้น หนึ่งเดือนจะได้รับเบี้ยประชุมประมาณ48,000บาท


ดร.วินัย ดะห์ลัน เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงมหาวิทยาลัย เป็นรองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศ เคยดำรงตำแหน่งคณบดีสหสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเวลา 8 ปี ได้รับเครื่องราชระดับสูงและเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาวิทยาศาสตร์ ได้รับรางวัลผู้บริหารดีเด่น เป็นประธานคณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลางฯ 3 ปีติดต่อกัน เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และล่าสุด เป็นมุสลิมเพียงคนเดียวที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม มีอายุการทำงาน 5 ปี และยังเป็นกรรมการสภาการศึกษาแห่งชาติ นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในห้าร้อยมุสลิมที่มีอิทธิพลต่อโลกมากที่สุดปรากฏในหนังสือ The Muslim 500: The World’s Most Influential Muslims ประจำปี 2010, 2011, 2012, 2013, 2014, 2015, 2016,2517 จัดทำโดย The Royal Islamic Strategic Studies Centre ประเทศจอร์แดน

อนึ่งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งก่อตั้งตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2545 โดยมีอายุครบรอบ 14 ปีเมื่อวันที่14 สิงหาคมที่ผ่านมา

   

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ทางการอินโดนีเซีย ใช้ผ้าคลุมรูปปั้นเทพเจ้าของจีน หลังมีการประท้วง


ผู้ประท้วงจากกลุ่มอิสลามสุดโต่ง และกลุ่มชาตินิยมในอินโดนีเซีย เรียกร้องให้รัฐบาลทำลายรูปปั้นเทพเจ้าจีนสูง 100 ฟุต ที่ตั้งอยู่ในเขตวัด ในเมืองสุราบายา

ท่ามกลางความตึงเครียดทางชาติพันธุ์ และศาสนาที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ กลุ่มมุสลิมข่มขู่ว่าจะทำลายรูปปั้นลง ทำให้รัฐบาลต้องกดดันให้เจ้าหน้าที่วัดใช้ผ้าขนาดใหญ่คลุมรูปปั้นดังกล่าวไว้ เชื่อว่า รูปปั้นดังกล่าวมีขนาดสูงที่สุดในบรรดารูปปั้นเทพเจ้าจีนที่มีอยู่ในภูมิภาคนี้


การรณรงค์ต่อต้านรูปปั้นนี้ เริ่มขึ้นทางสื่อสังคมออนไลน์ และแพร่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง รูปปั้นดังกล่าว คือเทพเจ้ากวนอู ซึ่งชาวจีนจำนวนมากนับถือ บูชาว่าเป็นเทพเจ้า หลังจากนั้น การต่อต้านได้ขยายตัว พุ่งเป้าไปยังประตูขงจื๊อ ของวัดจีนใน Tuban ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ฝั่งทะเลชวา ประตูนี้เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา 


ทั้งนี้ กลุ่มที่ยุยงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โจมตีว่า รูปปั้นเหล่านี้เป็นการดูหมิ่นศาสนาอิสลาม ประชาชนในท้องถิ่น และกลุ่มม๊อบพากันรวมตัวนอกศาลเขตชวาตะวันออก ในเมืองสุราบายา และเรียกร้องให้ทำลายลง

ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา รูปปั้นทั่วอินโดนีเซีย ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกหลักศาสนาอิสลาม ได้ถูกทำลายลง หรือทำให้แปดเปื้อน และวัดจีนหลายแห่งถูกลอบวางเพลิง


เจ้าหน้าที่สำนักทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้เรียกร้องเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น อย่ายอมตามความต้องการของผู้ประท้วง ซึ่งพยายามกดดันให้ทำลายรูปปั้นดังกล่าว นายเตเตน มัสดูกี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบ กล่าวว่า ทางการไม่ควรก้มหัวให้กับการกดดันที่ไม่ถูกต้อง


รูปปั้นเทพเจ้ากวน อู เพิ่งนำมาติดตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา

http://www.breitbart.com/national-security/2017/08/11/muslim-majority-indonesia-covers-tallest-statue-of-chinese-god-following-protests/

http://www.breitbart.com

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

“รวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9


ทรงพระเจริญ “งานรวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560”


วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2560 เวลา 09.12 น. พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร (รองนายกรัฐมนตรี) เป็นประธานในพิธีเปิดงานรวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560 พร้อมด้วย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ (รัฐมนตรว่าการกระทรวงวัฒนธรรม) , อ.มับรูก บุญมาเลิศ (ผู้แทน ฯพณฯ จุฬาราชมนตรี) , ผู้นำศาสนาทั้ง 5 ศาสนา ประกอบด้วย พุทธ , คริสต์ , อิสลาม , พราหมณ์ – ฮินดู และ ซิกข์ , นายปรีดา เชื้อผู้ดี (ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี/นายก อบต.ท่าอิฐ) และบรรดาแขกผู้มีเกียรติทั้ง 5 ศาสนา เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสามัคคีของคนไทย ที่ถึงจะต่างศาสนาแต่ก็เป็นคนไทยด้วยกัน อยู่ด้วยกันแบบพหุวัฒนธรรมไม่แบ่งแยกศาสนา ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร


CR.นายปรีดา เชื้อผู้ดี

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

UKM เซ็นต์เอ็มโอยู ช่วยปอเนาะบ้านตาลถ่ายทอดภาษามลายู เสริมสร้างความเข้มแข็งความรู้ของเยาวชนมุสลิมไทย

วันที่ 13 สิงหาคม ที่ปอเนาะบ้านตาล จ.นครศรีธรรมราช ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซีย(UKM)กับโรงเรียนประทีปศาสน์ (ปอเนาะบ้านตาล) มีดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เป็นสักขีพยานความร่วมมือ โดยดร.อิมราน บิน อับดุลเลาะฮ์ รองอธิการบดี UKM และอ.พงศ์ศิลป์ พิศสุวรรณ ผู้ได้รับใบอนุญาตโรงเรียน ประทีปศาสน์ เป็นตัวแทนของลงนาม


คณาจารย์จาก UKM จำนวน 12 คน นำโดยรองอธิการบดี เดินทางมาจากมาเลเซียมายังปอเนาะบ้านตาลเพื่อลงนามความร่วมมือในข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งนับเป็นข้อตกลงในการให้ความร่วมมือ การช่วยเหลือปอเนาะบ้านตาลในการเรียนการสอนภาษามลายู ภาษาอังกฤษและวิชาการอื่นๆ


“ปอเนาะบ้านตาล” ก่อตั้งโดยตระกูล “พิศสุวรรณ”ตั้งแต่ปี 2484 เพื่อสอนด้านศาสนาอิสลามแก่เยาวชนมุสลิมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและใกล้เคียง ต่อมาได้จดทะเบียนยกฐานะเป็นโรงเรียนสอนและบูรณาการทั้งศาสนาและสามัญ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 และระดับอาชีวะศึกษา ปัจจุบันมีนักเรียนประมาณ 1,700 คน ทั้งหมดเป็นนักเรียนประจำ


ขณะที่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซียก่อตั้งเมื่อ 1974 ตั้งอยู่ในกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เปิดสอน 13 คณะ มีนักศึกษามากกว่า 28,000 คน คณาจารย์กว่า 3,000 คน เจ้าหน้าที่อีกนับ 10,000 คน ได้ระบุในคำขวัญว่า เป็น “ผู้พิทักษณ์อัตลักษณ์มลายู” มีนักศึกษาไทยเรียนอยู่ประมาณ 50 คน เพิ่งมีโครงการแลกเปลี่ยนนำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปีละ 10 คนไปเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมมลายูที่มาเลเซีย เมื่อปี 2560


ในความร่วมมือระหว่าง UKM กับปอเนาะบ้านตาล ทาง UKM จะให้ความช่วยเหลือโรงเรียนประทีปศาสน์ในการถ่ายทอดภาษามลายู โดยUKM จะกลับไปจัดทำหลักสูตรภาษามลายู ภาษาอังกฤษ วัฒนธรรม เพื่อมาสอนคณะครูโรงเรียนประทีปศาสน์ในระยะแรก ก่อนจะขยายไปยังนักเรียนต่อไป รวมทั้งจะส่งอาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่สนใจเข้ามาทำวิจัยและถ่ายทอดความรู้ให้กับโรงเรียนประทีปศาสน์ และชุมชุนมุสลิมในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย


ทั้งนี้ ภาษามลายู เป็นภาษาที่มีความสำคัญในอาเซียน ในจำนวนประชากรประมาณ 600 ล้านคนของอาเซียนมีจำนวนประมาณ 300 ล้านคน พูดภาษามลายูหรืออินโดนเชียเรียกว่า “บาฮาซา” การมีความรู้ด้านภาษามลายูจึงเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนบ้าน ซึ่งจะมีประโยชน์ทั้งในด้านสังคม ด้านธุรกิจและความร่วมมือด้านต่างๆ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศไทยในการการท่องเที่ยว การค้า และอื่นๆในประชาคมอาเซียน

CR.หนังสือพิมพ์  mtoday

Posted in อื่นๆ | Leave a comment