สัมพันธ์ไทย-ซาอุฯเริ่มสดใส ส่งเครื่องบินSVเริ่มขนส่งผู้แสวงบุญฮัจย์จากท่าอากาศยานหาดใหญ่-มาดีนะห์กว่า 1,500 คนแล้ว

รายงานจากสนามบินหาดใหญ่แจ้งว่า เมื่อวันที่16,17,18 ที่ผ่านมาได้มี่ผู้แสวงบุญกลุ่มแรกจำนวน 1,753 คนได้เดินทางจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ถึงนครมาดีนะห์ประเทศซาอุดิอาราเบียแล้วจำนวน 6 เที่ยวบิน

เที่ยวบินขนส่งผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์จากท่าอากาศยานหาดใหญ่ ประจำวันที่ 18 ก.ค.61 ดังนี้

1. SV 5351 ออกเดินทาง 14.20 น. ผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ จำนวน 289 คน

2. SV 5353 ออกเดินทาง 17.20 น. ผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ 293 คน

ขณะนี้มีเที่ยวบินที่ออกเดินทางไปซาอุฯแล้ว จำนวน 6 เที่ยวบิน ผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ จำนวน 1,753 คน ได้เดินทางถึงนครมาดีนะห์ซาอุดิอาราเบียแล้ว

“สายการบินซาอุดิอาราเบียได้หยุดบินมาประเทศไทยเป็นระยะเวลานานหลายปีแล้ว ถึงจะเป็นเที่ยวบินพิเศษแต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการฟื้นความสัมพันธ์รอบใหม่กับประเทศไทย” แหล่งข่าวให้ความเห็น

Advertisements
Posted in อื่นๆ | Leave a comment

กลุ่มขวาจัดในอังกฤษชุมนุมสนับสนุนทรัมป์ ขวางหน้ารถโดยสารที่มีคนขับเป็นหญิงมุสลิม

https://metro.co.uk/2018/07/16/free-tommy-fans-harass-muslim-bus-driver-7719882/

http://www.metro.co.uk

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงหลายพันคนชุมนุมในกรุงลอนดอน เพื่อสนับสนุนการเยือนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัว ทอมมี่ โรบินสัน ผู้นำขวาจัดที่ถูกศาลสั่งจำคุก 13 เดือน

มีผู้ชุมนุมถูกจับกุมตัว 12 คน หลังมีการก่อความรุนแรงขึ้น โดยมีภาพแสดงให้เห็นถึงความชุลมุนวุ่นวายในกลุ่มผู้ชุมนุม จนทำให้ผู้นำสหภาพคนหนึ่งถุกทำร้ายจนเลือดโทรมกาย ขณะขึ้นพูดต่อต้านการประท้วง

ภาพที่สร้างจุดสนใจของผู้คนในสื่อสังคมออนไลน์ คือ ภาพของพนักงานขับรถโดยสารที่เป็นหญิงคลุมฮิญาบ ถูกระรานด้วยวาจาและท่าทาง โดยผู้ประท้วงที่สนับสนุนนายโรบินสันเข้ามาขวางหน้ารถ ขณะที่เธอกำลังพยายามจะขับไปตามถนนที่เป็นเส้นทางเดินรถ

ในภาพที่น่าประทับใจนั้น หญิงคลุมฮิญาบนั่งอยู่หลังพวงมาลัย เธอหลับตาและยิ้ม ในขณะที่ชายสังกัดกลุ่มขวาจัดที่เปลือยกายท่อนบนชู 2 นิ้วขวางอยู่หน้ารถ ยังมีภาพที่ผู้ชุมนุมหลายคนทุบที่หน้าต่างรถโดยสาร 2 ชั้น ในขณะที่ชูป้ายที่มีข้อความ “อังกฤษรักทรัมป์” และ “จงปล่อยตัว ทอมมี่ โรบินสัน”

เหตุเกิดที่จตุรัสทราฟัลก้าร์ (Trafalgar square) มีผู้ทวีตข้อความสนับสนุนพนักงานขับรถหญิงคลุมฮิญาบ ว่า “เธอเป็นผู้หญิงและเป็นชาวอังกฤษที่แท้จริง ที่พยายามระงับจิตใจและทำงานของเธอให้บรรลุตามหน้าที่” บางทวีตกล่าวว่า “รอยยิ้มของเธอนั้นเปี่ยมพลัง” และ “เธอรับมือกับสถานการณ์อันน่ากลัวได้อย่างสวยงาม”

ทั้งนี้ ตำรวจสก๊อตแลนด์ยาร์ด แสดงความหวั่นเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ก่อนหน้าที่จะเกิดการรณรงค์สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ ระหว่างการเยือนเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

กลุ่ม ส.ส.อิหร่าน เรียกร้องยกเลิกการห้ามเดินทางของอุละมะอฺซุนนี

https://en.radiofarda.com/a/iran-parliament-demand-lift-travel-ban-sunni-clergy/29339850.html

http://www.en.radiofarda.com

มะฮ์มู้ด ซาเดกี ผู้แทนจากสภามัจลิส ของอิหร่าน พร้อมพวกอีก 20 คน ได้เรียกร้องให้กระทรวงข่าวกรอง ยกเลิกข้อกำหนดห้ามเดินทาง ที่บังคับใช้กับอุละมะอฺมุสลิมซุนนีที่มีชื่อเสียงในอิหร่าน

เมาลาวี อับดุล-ฮามิด อิสมาอีลซาฮี และอุละมะอฺซุนนีระดับนำอีกหลายคนในอิหร่าน ได้ร้องเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า ให้ทางการเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและข่าวกรอง ยกเลิกการจำกัดพื้นที่ หรือการห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่ ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน

สำนักข่าวทางการ ILNA ระบุว่า บรรดา ส.ส.ได้เน้นย้ำในหนังสือที่ยื่นไปว่า ประเทศอิหร่านกำลังเผชิญกับการคุกคามจากต่างประเทศ และจำเป็นต้องเสริมสร้างความเป็นเอกภาพในชาติ “มีเหตุผลอะไรที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการจำกัดพื้นที่ของเมาลาวี อับดุล-ฮามิด และเหตุใดจึงมีการห้ามเขาเดินทางไปยังที่ต่างๆ “

ส.ส.ซาเดกี สังกัดกลุ่มปฏิรูป ได้ส่งหนังสือดังกล่าวผ่านบัญชีทวิตเตอร์ของเขาตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า การที่ เมาลาวี อับดุล-ฮามิด ถูกสั่งห้ามออกนอกพื้นที่เขตจังหวัดซิสตาน และ บาลูจิสถาน ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ขอบประเทศอิหร่าน และเป็นเขตที่มีชาวมุสลิมซุนนีอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจและน่าเศร้า

เขายังกล่าวว่า ปัจเจกชนในอิหร่านควรมีสิทธิเสรีภาพในการเดินทางไปในที่ต่างๆ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐอิสลาม มาตรา 19 ที่ระบุว่า ประชาชนทั้งหลายในอิหร่าน ไม่ว่าจะสังกัดกลุ่ม หรือเผ่าชนใด มีเสรีภาพเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ, สีผิว ชาติพันธุ์ ภาษา และอื่นใด ไม่ได้ทำให้คนใดคนหนึ่งมีสิทธิพิเศษเหนือกว่าคนอื่น

ในคุตบะฮ์ ที่เมาลานา อับดุล-ฮามิด กล่าวที่เมืองซาฮีดาน ในแคว้นซิสตาน-บาลูจิสถาน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ทีผ่านมา เขาย้ำว่า การจำกัดสิทธิ์ดังกล่าวควรถูกยกเลิกตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีหน่วยงานใดที่ควรจะมีสิทธิ์ห้ามประชาชนอิหร่านเดินทางไปยังส่วนอื่นๆ ของประเทศ

เว็ปไซท์ทางการของเมาลานา ระบุว่า เขาถูกห้ามเดินทางออกนอกแคว้นซิสตาน-บาลูจิสถาน แต่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปยังกรุงเตหะรานได้ และเมาลานาได้เปิดโปงเรื่องนี้ในเดือนตุลาคม 2017

เมื่อกลางเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ฮัสซัน อะมินี คณบดีจากคณะวิทยาการศาสนา วิทยาลัยอิมามบุคอรี ซึ่งเป็นสถาบันของเริ่มมุสลิมซุนนี ได้วิพากษ์วิจารณ์การจำกัดสิทธิ์นี้ และว่า สถานการณ์แวดล้อมที่ชาวซุนนีในอิหร่านต้องประสบ เริ่มเสื่อมทรามลงนับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีรูฮานีขึ้นปกครองประเทศ แม้เขาจะถูกพิจารณาว่าเป็นคนที่ค่อนข้างหัวสมัยใหม่ก็ตาม ซึ่งเป็นข้อที่น่าสงสัยว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ตัดสินใจหลักเกี่ยวกับกระทรวงความมั่นคงและข่าวกรองของประเทศ

อุละมะอฺชาวซุนนีระดับนำอีกท่านหนึ่ง คือ โมฮัมมัด ฮุสเซน คอร์กีจ ผู้นำละหมาดวันศุกร์ในเขตอะซาดชาฮร์ ได้กล่าววิจารณ์ประธานาธิบดีรูฮานี ต่อการห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่เช่นกัน ทั้งนี้ เขาถูกห้ามเดินทางไปยังแคว้นซิสตาน-บาลูจสถาน เมื่อวันที่ 12 เมษายน โดยเขาต้องการไปร่วมงานฉลองจบการศึกษาที่วิทยาลัยในซาฮีดาน

เมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา อะยาตอลเลาะฮ์อะลี คอเมเนอี ผู้นำจิตวิญญาณสูงสุดของอิหร่าน ได้แสดงความคิดเห็นว่า ต้องให้ความเคารพในสิทธิของชาวซุนนี โดยทุกคนผูกพันกับหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในหลักการพื้นฐานของประเทศ คือ คำสอนทางศาสนาและรัฐธรรมนูญ ควรงดเว้นจากการอนุญาตให้ผู้ใดสร้างอคติ และความไม่เท่าเทียมให้เกิดขึ้นระหว่างชนกลุ่มน้อย ที่มีเชื้อชาติ และศาสนาที่แตกต่าง

Posted in อื่นๆ | Leave a comment

ประชุมอุละมะอฺมุสลิมทั่วโลก เรียกร้องให้ยุติการสู้รบในอัฟกานิสถาน

http://www.arabnews.com/node/1336786/saudi-arabia

http://www.arabnews.com

เจดดะฮ์ – ที่ประชุมอุละมะอฺนานาชาติ เพื่อสันติภาพและความมั่นคงในอัฟกานิสถาน ได้เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงในประเทศอัฟกานิสถาน โดยว่า การสู้รบระหว่างมุสลิมเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเคร่งครัดในอิสลาม

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การอุปถัมภ์ของ ผู้ว่าราชการนครมักกะฮ์ เจ้าชายคอลิด อัล-ฟัยซาล โดยอุละมะอฺระดับสูง หรือนักวิชาการอิสลามในราชอาณาจักรซาอุ ฯ และจากทั่วโลก ต่างเห็นพ้องกันว่า เป็นเรื่องสำคัญที่วิกฤติในประเทศอัฟกานิสถาน สามารถอ้างอิงว่าเป็นข้อห้ามทางศาสนา

ชี้ค อับดุลลาติฟ บิน อับดุล อาซิส อัล-อะชี้ค รัฐมนตรีกระทรวงกิจการศาสนาของซาอุ ฯ ชี้ค ซอและฮ์ บิน ฮุมาอีด อิหม่ามมัสยิดฮะรอม และอุละมะอฺระดับสูงซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของสภาอุละมะอฺ รวมทั้งที่ปรึกษาสำนักพระราชวังซาอุ ฯ ได้เข้าร่วมในการประชุมที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

โมฮัมเหม็ด อัครอม คอพัลวัค ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีอัฟกัน กล่าวว่า การรวมตัวของบรรดาผู้รู้ในอิสลาม มีความสำคัญยิ่งต่ออัฟกานิสถาน เพราะมีความเห็นตรงกันว่า การสู้รบระหว่างมุสลิมด้วยกันเป็นสิ่งต้องห้ามในอิสลาม เขายังแสดงความขอบคุณไปยังกษัตริย์ซัลมาน และมกุฎราชกุมาร บิน ซัลมาน และว่า การประชุมนี้เป็นการเปิดทางออกให้กับสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน

มุฮัมมัด กอซิม ฮาลิมี โฆษกสภาอุละมะอฺอัฟกัน กล่าวว่า การประชุมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผู้รู้อิสลามที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก และว่า เขาคาดหวังว่า กลุ่มตอลิบันจะยอมรับความเห็นจากที่ประชุมนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายที่เป็นอัฟกันเหมือนกัน และกำลังขัดแย้งกัน ได้รับฟังคุตบะฮ์ ที่กล่าวโดยอิหม่ามแห่งมัสยิดฮะรอม และมัสยิดนะบะวี เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา และเขาคาดหวังว่าจะมีการออกฟัตวาที่ห้ามก่อส่งครามในอัฟกานิสถาน

นับตั้งแต่ปี 2001 จนถึงปัจจุบัน การสู้รบในอัฟกานิสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 40,000 ราย

เหตุผลเบื้องหลังการฆ่าฟันกันในอัฟกานิสถาน มาจากการที่ผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ และความคิดของตนเอง โดยไม่ยอมรับฟังความเห็นจากกลุ่มอื่น แต่อันที่จริงแล้ว พวกเขาใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าถึงเป้าหมายทางการเมือง หรือเศรษฐกิจ และเพียงแต่เป็นช่องทางให้มือที่ 3 แทรกซึมเข้ามาเท่านั้น

ดร.ยูซุฟ บิน อะมัด อัล-อุซัยมีน เลขาธิการองค์กรความร่วมมืออิสลาม (OIC) กล่าวสุนทรพจน์ ในพิธีเปิดการประชุมครั้งนี้ โดยการเรีบกร้องรัฐบาลอัฟกัน และกลุ่มต่างๆ ในสังคมชาวอัฟกานิสถาน ควรตอบรับในการมุ่งสร้างสินติภาพขึ้นในประเทศ

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีอัชรอฟ อัล-ฆอนี แห่งอัฟกานิสถาน กล่าวว่า การหยุดยิงชั่วคราวที่ผ่านมา (ในช่วงสิ้นสุดเดือนรอมฎอนต่อกับวันเฉลิมฉลองอีดิ้ลฟิตริ) เปิดโอกาสการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน

Posted in อื่นๆ | Leave a comment